สุขภาพ การดูแลสุขภาพ อาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย อาการของโรค
ฟันผุ

วิธีการดูแลตัวเองไม่ให้ ฟันผุ รักษาฟันให้หายจากอาการฟันผุ

 ฟันผุ สำหรับอาการฟันผุ ก็คือลักษณะของฟันเราที่อาจจะเกิดเป็นจุดหรือเป็นรู อ่านจากหลายๆสาเหตุเราจะเรียกว่าฟันผุเช่นพวกแบคทีเรียภายในช่องปากของเราการดื่มน้ำหวานน้ำอัดลม ฟังคำที่คุณพ่อคุณแม่บอกไหมคะว่าการดื่ม น้ำอัดลมเยอะๆกันกินช็อกโกแลตการกินลูกอมการกินของหวานการกินขนมขบเคี้ยว สาเหตุของฟันผุนั่นคือเหตุผลและสาเหตุจริงๆที่ทำให้ฝันของเราพูดได้เพราะว่าเรากินพวกของหวานแบบนี้ไปแล้วเราแปรงฟันไม่สะอาดเมื่อเราแปรงฟันไม่สะอาดก็ทำให้เกิดอาการฟันผุ รากฟันของเราไม่แข็งแรงก็จะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวด ต้องถอนฟันออกแล้วทำให้เราต้องใส่ฟันปลอม เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลฟันของเราให้ดีและห่างไกลจากฟันผุ

วิธีการดูแลรักษาฟันไม่ให้ ฟันผุ

ฟันผุ

เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่าวิธีการดูแลรักษาเมื่อเรา ฟันผุนั้นต้องทำอย่างไรอันดับแรกนะคะไปหาหมอก่อนให้หมอที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ทำการตรวจวินิจฉัย ฟันผุของแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่ละที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจจะมีฟันผุมากบางคนก็พูดน้อยซึ่งไม่เหมือนกันเราต้องไปหาคุณหมอเพื่อรับมือแก้ไขปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้น การรักษาฟันผุของแพทย์แต่ละคนก็จะมีการรักษาที่ไม่เหมือนกันกว่าจะอยู่ที่อาการของแต่ละคนว่ามีอาการอย่างไร อันดับแรกอาจจะเป็นการใช้ฟลูออไรด์ในการรักษาฟันผุซึ่งเป็นแร่ตามธรรมชาติ

ฟันผุ

การรักษาด้วยฟลูออไรด์จะเหมาะสมสำหรับคนที่เป็นในระยะเริ่มต้นคือฟันของเรายังพุไม่มาก ต่อมาก็คือสำหรับการอุดฟัน อุดเฉพาะคนที่มีฟันที่ผุกร่อนไปแล้ว หมอก็ได้ทำการอุดฟันเราโดย ใช้อุปกรณ์ในการอุดฟันซึ่งหมอก็จะมีวิธีการดูแลรักษาของเขา สุดท้ายแล้ววิธีการรักษาก็คือการถอนฟันในกรณีของการถอนฟันคุณหมอจะทำการถอนฟันก็ต่อเมื่อฟันผุของเรานั้นหรือไปถึงรากฟันไม่สามารถที่จะซ่อมแซมความเสียหายได้แล้ว จึงมีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการถอนฟันเพราะฉะนั้นเราก็ต้องรักษาตัวเองตั้งแต่เบื้องต้นก็คือ ไม่ให้เกิดอาการฟันผุแปรงฟันให้สะอาด

ฟันผุ

และนี่ก็คือบทความการดูแลสุขภาพในวันนี้สำหรับคนที่ ต้องการแก้ไขปัญหาฟันผุให้หายจากปัญหานี้ได้ทันท่วงทีหวังว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับหลายๆคนที่กำลังมีปัญหาในด้านนี้ การแก้ไขปัญหาไม่ดีเท่ากันป้องกันแต่ถ้าปัญหามาแล้วก็ควรไปพบแพทย์เพื่อที่จะรักษาอย่างถูกต้อง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคงูสวัด

เคยได้ยินไหมว่า โรคงูสวัด ถ้าพันบนตัวแล้วจะทำให้ตาย

โรคงูสวัด นั้นได้มีการวินิจฉัยและตรวจสอบว่าเกิดมาจากการที่คนที่เป็นได้ไดยมีการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่าไวรัสว่าดีเซลลา  เป็นไวรัสที่อาจจะทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสก็ได้เป็นไวรัสชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคอีสุกอีใสแล้วเชื้อโรคก็จะไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกายของเรา ทำให้เมื่อวันหนึ่งที่ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างต่ำกว่าปกติเชื้อโรคที่แฝงอยู่ก็จะทำให้เกิด เพิ่มขึ้นทำให้เส้นประสาทอักเสบ ปวดให้เส้นประสาทได้ทำให้ปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนังของเรานั่นเองเดี๋ยวเรามาดูอาการของโรคงูสวัดกันดีกว่า

อาการและแนวทางการดูแลรักษา โรคงูสวัด

โรคงูสวัด

อาการของโรคงูสวัดจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้ ที่เป็นงูสวัดจะมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณผิวหนังที่เกิดแผล และมีผื่นแดงขึ้นตรงบริเวณที่ปวดแล้วมีตุ่มใสๆตุ่มหนองตุ่มน้ำ อาการเหล่านี้เราจะเรียกว่างูสวัดและมีการเรียงกันเป็นแนวยาว ตามแนวเส้นประสาทและแตกออกมาเป็นแผลต่อมาก็จะมีลักษณะของอาการตกสะเก็ด โรคงูสวัดมีอาการแทรกซ้อนเมื่อเราเป็นก็คือเราจะมีอาการปวดและอาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้ โรคงูสวัดจะพบกับคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมอาจจะมีตาอักเสบนี่คือโรคแทรกซ้อน แนวทางการรักษาของผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดและต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะทำให้อาการดีขึ้น

โรคงูสวัด

แนวทางในการดูแลรักษาเมื่อเราป่วยเป็นโรคงูสวัดก็คือเราจะต้องทำการรับประทานยาที่เป็นยาต้านไวรัสประมาณ 48 ถึง 72 ชั่วโมง เพื่อทำให้อาการรอยทางผิวหนังหายได้เร็วขึ้นและลดความรุนแรง ลดอาการแทรกซ้อนต่างๆที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสมมุติว่าเรามีอาการปวดหลังการติดเชื้อสามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อแก้ปวดได้เลย แผลที่เป็นผื่นมีตุ่มเราสามารถประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละประมาณ 10 นาที 3-4 ครั้งต่อวัน

โรคงูสวัด

ทำให้แผลของเราแห้งได้ดีมากขึ้น การป้องกันโรคงูสวัดนั้นเราสามารถป้องกันงูสวัด ได้ โดยการฉีด อย่าเพื่อระงับความปวดในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปและนี่ก็คืออาการของโรคงูสวัดแนวทางการรักษาและสภาวะโลกร้อน รู้ไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพร่างกายของเราดูแลผู้ป่วยเมื่อเป็นแล้วว่าต้องดูแลอย่างไรบ้าง จึงจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคเก๊า

โรคเก๊า อาการสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์คืออะไร

โรคเก๊า อาการสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์คืออะไร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคตับอักเสบกันบ้างว่าเป็นโรคอะไรเกิดจากภาวะอะไร ใหญ่แล้วถ้าเราสังเกตเราจะเห็นว่าคนที่เป็นโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่จะเป็นโรคเกาต์ผู้หญิงจะไม่เป็น ก็จะได้ยินว่าโรคเก๊าเกิดจากการกินไก่คนที่เป็นโรคเก๊าห้ามกินไก่ถ้ากินไก่จะทำให้โรคกระเพาะอักเสบและปวดมากกว่าเดิมได้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเก๊าท์กันเลยว่าสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์คืออะไรและเราต้องมีการดูแลตัวเองแบบไหนจึงจะดีที่สุด

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคเก๊า

โรคเก๊า

ลักษณะและอาการของโรคเก๊าท์ก็คือคนที่มีอาการปวดบริเวณข้ออักเสบ ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคเก๊าก็คือเป็นคนที่อาจจะมี กรดยูริค สูงมากในเลือดก็ได้อาจจะเป็นการสะสมเป็นเวลานาน ทำให้กดตกตะกอนไปอยู่ส่วนต่างๆของร่างกายการสะสมของกรดนี้จะสะสมในระยะเวลานานถึง 10 ปี การแสดงออกของอาการก็คือจะทำให้เราปวดบริเวณข้ออักเสบต่างๆ ขนาดของการปวดก็คือจะปวดแบบแดงร้อนที่ข้อ กดยูริก สะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้ตกตะกอนที่ตายและทำให้เกิดนิ่วและทำให้เกิดไตเสื่อมก็ได้ด้วยเดี๋ยวเรามาดูว่าแล้วกรดยูริกคืออะไร

โรคเก๊า

สำหรับกรดยูริกคืออะไรก็คือเป็นกรดที่เสริมสร้างจากร่างกายของเราเองประมาณ 80% 20% จะเป็นส่วนที่เรารับประทานอาหารที่มีสารพิวรีน ซึ่งจะพบในสัตว์มากนั่นเอง จึงทำให้มีที่มาว่าคนที่กินไก่จะเป็นโรคเก๊าท์หรือบางคนที่กินสัตว์ปีกมากๆเครื่องในหรืออาจจะเป็นผักบางชนิดอาจจะทำให้เกิดโรคเก๊าท์ได้ กระทั่งในอาหารทะเลก็มีไม่ใช่มีเฉพาะปีกไก่หรือสัตว์ปีกขึ้นอย่างเดียว เราต้องทำความเข้าใจใหม่ด้วยจึงทำให้กรดยูริกที่อยู่ในสารที่อยู่ในตัวของสัตว์หรือพืชบางชนิด สะสมในร่างกายของเราแล้วก็อาจจะเกิด อาการของโรคเก๊าท์บริเวณข้อและกระดูกได้และนี่ก็คือสาเหตุของโรคเก๊าท์และอาการของโรคเก๊าท์ อาการหลักๆก็คือเราจะปวดบริเวณข้อไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าอยู่ๆก็ปวดอยู่ก็หายภายใน 7 วัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นโรคที่คาดเดาได้ยากเพราะฉะนั้นเราก็ต้องไปพบคุณหมอเพื่อทำการรักษา

โรคเก๊า

แล้วอยากให้ทุกคนทราบว่าการเป็นโรคเก๊าท์สามารถหายขาดได้นะคะถ้าเรารักษาอย่างถูกวิธี สิ่งที่ดีที่สุดก็คือไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องกินยาและยา กินในสิ่งต้องห้ามเพื่อรักษาอาการให้หายขาด

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง สาเหตุและอาการ คืออะไร

ตากุ้งยิง บางท่านอยู่ๆก็คือเกิดการอักเสบบริเวณตาเมื่อไปหาหมอหรือหาเภสัชก็จะบอกว่าเป็นตากุ้ง ยิง เรายังไม่รู้เลยว่าตากุ้งยิงคืออะไร เรามาดูกันว่าตากุ้งยิงคืออะไรเกิดจากอะไรสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง

ขั้นตอนแรกคือรู้ก่อนว่าตากุ้งยิง คือการติดเชื้อบริเวณเปลือกตาอาจจะทำให้เกิดลักษณะของการอักเสบที่เป็นตุ่มหนอง ลักษณะการอักเสบที่เป็นฝีก็ได้ที่บริเวณขอบตาซึ่งเป็นได้ทั้งบนและล่างสำหรับขอบตาที่จะเกิดบริเวณของ ตากุ้งยิง เรามาดูว่าและก็ตากุ้งยิงเกิดจากอะไรแนวทางในการรักษาการดูแลตัวเองถ้าเป็นแล้วต้องดูแลตัวเองแบบไหน

สาเหตุที่เกิดการอักเสบบริเวณตาและทำให้การเกิด ตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง

สำหรับสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เราเป็นตากุ้งยิงอาจจะเกิดจากแบคทีเรียบริเวณเปลือกตา บางคนก็อาจจะเป็นการอุดตันของไขมันบริเวณ อัตตาของเราหรือบางคนก็อาจจะเป็นเพราะต่อมเหงื่อบริเวณเปลือกตานำมาก่อนแล้วอยู่ๆก็เกิดการติดเชื้อทำให้เกิดอาการตากุ้งยิง เชื้อโรคเข้าไปก็ทำให้เกิดการอักเสบที่หัวน้องอาจจะเกิดได้ทั้งบริเวณหัวตาบนและล่างอย่างที่บอกไป

ตากุ้งยิง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดลักษณะอาการของตากุ้งยิงก็คือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไม่บางคนก็ทำการขยี้ตาบ่อยๆจนทำให้เกิดตาติดเชื้อ คนก็อาจจะเกิดจากสาเหตุของการล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดบริเวณเปลือกตา บางคนใส่คอนแทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาด ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ไม่สะอาดเช็ดดวงตาล้างน้ำล้างหน้าด้วยน้ำที่มีเชื้อโรคปน น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตาของเราฝุ่นละออง

แนะนำการตากุ้งยิงสามารถเป็นได้ทุกวัยแต่โดยส่วนใหญ่พบกับเด็กอายุ 4-10 ขวบ หรืออาจจะเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัยในวัยผู้ใหญ่ก็ได้เพราะว่าผู้ใหญ่แต่งหน้าบ่อย ก็ใส่คอนแทคเลนส์ก็คือสาเหตุและปัจจัยก็คือเกิดจากสิ่งที่เราทำการแนะนำไป ฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าตัวเองมีพฤติกรรมเหล่านี้ถ้าไม่อยากเป็นตากุ้งยิงก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลดวงตาของตัวเองใหม่

ตากุ้งยิง

สำหรับการดูแลตัวเองถ้าสมมุติว่าเราเป็นตากุ้งยิงแล้วไปหาหมอแล้ว ไปพบเภสัชแล้วเราก็ต้องมีพฤติกรรมที่ต้องล้างมือบ่อยๆ งดคือใช้เครื่องสำอางจนกว่าเราจะหาย หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ในช่วงเวลานั้น และไม่ควรบีบหนองออกเพราะอาจจะทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงมากขึ้น ก็คือวิธีการดูแลตัวเองหากเราเป็นตากุ้งยิงและนี่ก็คือบทความดูแลสุขภาพในวันนี้

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

บริจาคโลหิต

การเตรียมความพร้อมก่อน บริจาคโลหิต

บริจาคโลหิต การบริจาคเลือดหรือการบริจาคโลหิตถือได้ว่าเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่เพื่อต่อลมหายใจ พยาบาลจะรับบริจาคโลหิตอยู่แล้วเพื่อทำการนำเลือดที่เราบริจาคไปคัดกรองและนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่จะต้องทำการผ่าตัดขาดเลือด ที่เป็นมะเร็งซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ประโยชน์ได้มากมาย ซึ่งโลหิตที่เราทำการบริจาคนั้นสามารถนำไปต่อชีวิตของใครหลายๆคนได้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยไม่ได้เจ็บด้วยเราเคยมีประสบการณ์บริจาคมาแล้วตั้งแต่ม 4 ม 5 คืออายุถึงสามารถบริจาคได้ นายสมบูรณ์แข็งแรงไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรที่เป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันหรือไม่สามารถบริจาคได้ก็สามารถทำการบริจาคได้เลย บริจาคเป็นประจำนี่คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ได้เรามาดูกันว่าการเตรียมความพร้อม สำหรับการบริจาคโลหิตจะต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างเผื่อว่าใครที่กำลังมีความสนใจอยากเป็นผู้ให้บ้าง

การ บริจาคโลหิต มีคุณสมบัติหรือมีร่างกาย ดังต่อไปนี้

บริจาคโลหิต

ข้อแรกเราต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างที่เราบอกไม่มีโรคประจำตัว มาบริจาคโลหิตได้ตั้งแต่ 17 ปีบริบูรณ์จนถึงคนที่มีอายุ 65 ปี ผู้บริจาคโลหิตจะต้อง มีการให้หนังสือยินยอมถ้าเราอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์แต่สามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่ 17ปีบริบูรณ์ก็สามารถทำการบริจาคได้แล้วแต่เพียงแต่ว่าถ้าเรายังอยู่ในช่วง 17 ปีต้องมีการเซ็นหนังสือยินยอมจากคุณพ่อคุณแม่ ต่อมาก็คือเราต้องผ่านคุณสมบัติของการบริจาคเลือดต่างๆ เราจะสามารถบริจาคเลือดได้ทุกๆ 6 เดือน

บริจาคโลหิต

เราจะต้องอยู่ในระหว่างการไม่รับประทานยาปฏิชีวนะ ทำให้เลือดของเราแข็งตัวยาเพิ่มการเจริญเติบโตเป็นต้นเช่นพวกยารักษาต่อมลูกหมากยาปลูกผม และเราจะต้องไม่ได้รับการถอนฟันหรือขูดหินปูนภายใน 72 ชั่วโมงเพราะว่าถ้าเกิดเราเคยไปขูดหินปูนหรือว่าไปถอนฟันมาก็ทำให้เราเสียเลือดอยู่แล้วถ้ามาเสียเลือดอีกก็ได้ทำให้ติดเชื้อได้ เราจะต้องไม่มีประวัติในการเป็นโรคมาลาเรีย ในระยะเวลา 3 ปีผู้หญิงจะต้องไม่อยู่ในระยะการตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร ก็ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาก็ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ นี่ก็คือการเตรียมความพร้อมและคุณสมบัติของคนที่จะเข้าบริจาคโลหิต

บริจาคโลหิต

เราสามารถเข้าไปบริจาคโลหิตในโรงพยาบาลต่างๆได้เลย สามารถตรวจสอบหน่วยงานของอาสาสมัครที่เปิดให้บริการสำหรับการรับบริจาคโลหิตหรือเดินทางไปที่โรงพยาบาลรับบริจาคโดยตรงสามารถสอบถามประชาสัมพันธ์ได้ ย้ำว่าเราสามารถบริจาคโลหิตได้ทุกๆเดือนเพราะฉะนั้นการให้ในครั้งนี้เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่และสามารถช่วยเหลือสุขภาพชีวิตของ คนที่กำลังมีอาการป่วยหรือต้องการความช่วยเหลือจากเรา

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราในทุกๆวัน

ออกกำลังกาย เป็นการที่เราคิดว่าดูแลตัวเองไปในตัว ที่จะทำให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีมากยิ่งขึ้น ที่เราจะมีการดูแลตัวเองในส่วนนี้ ที่จะทำให้มีความก้าวหน้าในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เราเชื่อว่าทุกคนจะสามารถปฏิบัติได้อย่างแน่นอน ที่คนไทยในตอนนี้พยายามที่จะหันมาออกกำลังกายกัมากขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตของสุขภาพที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม โดยเราต้องมีการพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพที่เพียงพอ โดยจะได้เจ็บป่วยน้อยที่สุด เพื่อลดอัตราเสี่ยงได้น้อยลงไป

ออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่ดีส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวแน่นอน

ออกกำลังกาย

เป็นเรื่องที่เรีกว่าส่งผลดีอย่างแน่นอน ที่เรียกว่ามีความน่าสนใจอยู่แล้ว ที่สุขภาพของเราจะดีได้ในระยะยาวแน่นอน ที่เรียกว่าตัวของคุณเองจะมีภูมิคุ้มกันและภูมิต้านทานที่แข็งแรง ที่ลดอัตราเสี่ยงในเรื่องของโรคที่เป็นกันในปัจจุบันอย่างมาก ที่โรคมะเร็งซึ่งเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเราจะสามารถรู้เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดได้ ซึ่งในเรื่องของจิตใจเราจะมีความแจ่มใสและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิมแน่นอน ที่ยังเป็นการยับยั้งในเรื่องของโรคหัวใจอีกด้วย ที่เรียกว่าใครที่หากิจกรรมในการผ่อนคลายในรูปแบบนี้จะสร้างผลดีให้กับตัวเอง

ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรหันมาให้ความใส่ใจ

เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องพยายามให้ความสนใจกันเป็นจำนวนหนึ่ง เพราะว่าการที่เราอยู่ใรชีวิตนี้ ทางเลือกมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักราน การเล่นโยคะ เต้นแอโรบิก รำมวยจีน เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างคือการออกกำลังทั้งนั้น ที่เรียกว่าความที่เรายิ่งโตขึ้นทุกวัน หน้ามันจะเหี่ยวลงขึ้นไปทุกที อยากให้มีความสนใจในด้านนี้ เผื่อที่จะเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับทุกคนได้เป็นอย่างมาก ที่ทำให้ร่างกายมีการ้ชีวิตอย่างมีความสุข

ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายเราจะเห็นได้ว่ามันมีแต่ข้อดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเองต้องพยายามที่จะทำให้ได้ เพื่อสุขภาพของทุกคนให้มีความแข็งแรง ปราศจาคโรคภัยที่เข้ามา

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคชิกุนคุนย่า

วันนี้จะพูดถึง โรคชิกุนคุนย่า ที่มีความคล้ายกับไข้เลือดออก

โรคชิกุนคุนย่า สาเหตุที่เราทำการนำเสนอบทความสุขภาพในวันนี้เกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เราเป็นโรคชิกุนคุนย่าหรือว่าอาการ ว่าเราเจอประสบการณ์ด้วยตัวเองก็คือคนรอบข้างได้ป่วยเป็นโรคนี้ ก็เป็นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุเดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่าโรคชิกุนคุนย่าที่บอกว่ามีความคล้ายคลึงกับโรคไข้เลือดออก มีความแตกต่างกับโรคไข้เลือดออกอย่างไรและสาเหตุอาการเป็นอย่างไรบ้างเมื่อเราเกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมา

ลักษณะอาการของคนที่เป็น โรคชิกุนคุนย่า

โรคชิกุนคุนย่า

เดี๋ยวเราค่อยทำการเปรียบเทียบนะคะลองมาดูโรค นี้ก่อนว่าคือโรคอะไร สำหรับโรคชิกุนคุนย่าเป็นโรคที่แสดงออกอาการคือสิ่งที่สามารถชัดเจนที่สุดก็คือเราจะปวดตามข้อ และเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่สามารถ นำพาหะมาสู่คนได้จากกรุงรายส่วนนั้นเอง และสามารถนำพาหะมาจากยุงลายบ้านก็ได้ ปัจจุบันมีคนป่วยเป็นโรคชิกุนคุนย่า มากเหมือนกันและในปัจจุบันได้แพร่ไประบาดทั่วทวีปแอฟริกาฝั่งยุโรปและฝั่งเอเชีย แล้วเป็นโรคที่มีมานานแล้วเป็นโรคที่ไม่มีไวรัสหรือวัคซีนในการป้องกันโรคนี้เลย ซึ่งจะมีความแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก ถึงแม้ว่าจะมียุงเป็นพาหะในการนำ เชื้อไวรัสมาสู่คนเดียวเรามาดูความแตกต่างของโรคชิกุนคุนย่าและโรคไข้เลือดออก เผื่อว่าใครที่มีลักษณะอาการป่วยไข้ไม่สบายก็จะสามารถแยกโรคเบื้องต้นและไปพบคุณหมอทันที

โรคชิกุนคุนย่า

อาการของโรคชิกุนคุนย่าจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้ จะมีลักษณะของไข้ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ ตาแดงและมีผื่น แต่ถ้าเป็นโรคไข้เลือดออกจะปวดข้อผื่นและปวดศีรษะ แตกต่างกันคืออะไรคือชิกุนคุนย่าจะมีตาแดงแต่โรคไข้เลือดออกจะไม่มีตาแดง

สำหรับโรคชิกุนคุณย่าจะเป็นลักษณะของข้ออักเสบมีอาการ ปวดบริเวณข้อเช่นมือและเท้า แต่ถ้าเป็นโรคไข้เลือดออกจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรงบริเวณแขนและขา แต่ถ้าเป็นปวดตามข้อจะเป็นปวดที่หัวไหล่และหัวเข่า

โรคชิกุนคุนย่า

อาการลักษณะของโรคชิกุนคุนย่าถ้าเป็นผื่นจะแสดงโดยผิวหนังเฉพาะบริเวณใบหน้าและลำตัว พื้นที่พบบ่อยที่สุดก็จะเป็นลำตัวและแขนและขา บางคนเกิด ผื่นที่ฝ่าเท้า แต่สำหรับโรคไข้เลือดออกจากกระจายที่แขนและขาใบหน้าเป็นหลัก

อาการแทรกซ้อนของ โรคชิกุนคุนย่า จะเป็นลักษณะของอาการปวดแบบเรื้อรังปวดข้อไม่หาย และพบอาการแทรกซ้อนในระบบประสาท แต่ถ้าเป็นโรคไข้เลือดออกอาการแทรกซ้อนจะรุนแรงกว่าโรคชิกุนคุนย่าอาจจะพบลักษณะอาการที่หายใจไม่ออก หายใจลำบากภาวะเลือดออกเป็นต้น โรคชิกุนคุนย่า ตัวพาหะสำคัญก็คือยุงส่วนและยุงลายที่มีเชื้อไวรัสถ้ากัดคนๆนึงแล้วคนคนนึงไปถูกยุงกัดน่าจะเป็นได้ และนี่ก็คือโรคชิกุนคุนย่าก็ระมัดระวัง เกี่ยวกับพวกน้ำค้างไม่ให้มีที่เพาะพันธุ์ของพวกยุงก็จะดีที่สุดพยายามใส่เสื้อแขนยาวขายาวเวลาต้องออกไปอยู่ข้างนอกเวลากลางคืนก็จะดีที่สุดนะคะ

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ตีแบต

ตีแบต เพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ

ตีแบต การรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมก็คงไม่เท่ากับการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง ยังคงมีความเชื่อมั่นว่าการออกกำลังกายเป็นยาวิเศษที่ไม่ต้องเสียเงินสักบาทเราก็สามารถทำได้ กำลังกายเราสามารถเลือกกิจกรรมที่เราชอบได้เลยเพื่อเป็นการเผาผลาญไขมัน ร่างกายของเราได้ขยับเขยื้อนบ้างแน่นอนว่าการออกกำลังกายมีหลากหลายชนิดตั้งแต่หลักสูตรไปเบาสุดแต่ถ้าหากใครที่ไม่ต้องการที่ออกกำลังกายหนักหนักแล้วก็เล่นหากิจการทำกับเพื่อน หรือคนในครอบครัวก็ได้เช่นการตีแบบเพื่อสุขภาพก็จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้เหมือนกันแต่เรามาดูกันว่าการตีแบตเพื่อสุขภาพจะช่วยอะไรได้บ้าง

สามารถเลือกกิจกรรมที่เราชอบนั่นก็คือ ตีแบต เพื่อสุขภาพได้เลย

ตีแบต

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องทำการออกกำลังกายเพื่อ หนักเหลือหักโหมหนักๆแบบออกวันละ 3-4 ชั่วโมงแบบนั้นไม่ต้องเราออกกำลังกายวันละประมาณ 1 ชั่วโมงอาทิตย์ละประมาณ 2-3 เท่านี้ ร่างกายของเราก็จะมีสุขภาพร่างกายที่ดีและมีประโยชน์มากมายถ้าสำหรับคนที่ การตีแบบเพื่อลดน้ำหนักท่านรู้หรือไม่ว่าการตีแบตประมาณ 1 ชั่วโมง

ตีแบต

เล่นกับเพื่อนจะช่วยเผาผลาญพลังงาน 300-450 cal ถ้าเราเล่นเป็นประจำเราจะช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 4 กิโลกรัมต่อ 1 เดือนจะต้องมีการควบคุมน้ำหนักควบคุมอาหารการกินและกินแบบนับแคลอรี่ด้วย ใคร ต้องการตีแบตเพื่อออกกำลังกายลดน้ําหนักก็สามารถทำได้เลยเป็นกิจกรรมที่สนุกด้วย สำหรับคนที่ต้องการตีแบตเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆมีความกระชับหุ่นเฟิร์มหุ่นฟิตแบบที่ไม่ต้องออกกำลังกายแบบหักโหม

ตีแบต

ก็สามารถทำการตีแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นถ้าหยอดท่าตบท่าอะไรต่างๆก็คือได้ออกกำลังหมดแหละยิ่งเราวิ่งรับลูกบ่อยนี่คือออกกำลังกายแน่นอน อวัยวะร่างกายของเรามีการกระชับเพิ่มมากขึ้น รายการช่วยตีแบตนั้นยังช่วยเผาผลาญไขมันให้เราได้อีกด้วยช่วยลดน้ำตาลและคอเลสเตอรอลสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว การตีแบตช่วยให้เหงื่อออกมือเหงื่อออกแล้วก็จะได้รู้สึกขับเหงื่อขับของเสียออกน้ำตาลออกไขมันออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นการขับไขมันไม่ดีออกจากร่างกายหมดเลย

 ฉะนั้นถ้าหากใครอยากสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็มา ตีแบตเพื่อสุขภาพกันอย่างน้อยตีวันละ 1 ชั่วโมงอาทิตย์ละ 3 วันก็พอได้ทำกิจกรรมกับคนในครอบครัวด้วย นี่ก็คือข้อมูลการดูแลสุขภาพในวันนี้

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

นวดสมุนไพร

นวดสมุนไพร กับเรื่องต่างๆที่ห้ามมองข้ามกันไป

นวดสมุนไพร เป็นเรื่องของการนวดเพื่อความผ่อนคลายในส่วนหนึ่ง เพื่อที่เรามานวดให้หายจากอาการปวดเมื่อยลดลงไป ซึ่งเป็นวิธีที่มีความน่าสนใจ โดยจะมีสิ่งที่มีทั้งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเรา และยังมีข้อที่ควรระวัง เพื่อมาให้กับทุกคนได้ทราบกันถ้วนหน้า ที่มันจะทำให้หลายคนมีความกระจ่างในเรื่องนี้ ที่มันจะทำให้เราสามารถมีการใช้ชีวิตที่ถูกต้องและถูกวิธีในการมานวดดอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่ต่างมีการใช้เทคนิคอย่างมากมาย ที่ยานวดก็เป็นของสมุนไพรอีกด้วยเช่นกัน ที่มันจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม

นวดสมุนไพร กับประโยชน์ที่ไม่คาดคิดกันถ้วนหน้า

นวดสมุนไพร

ในการที่เรานี้มานวดแบบที่ใช้สมุนไพร เป็นการที่เรานั้นขับเลือดในร่างกายให้สามารถไหลเวียนได้เป็นปกติ ที่มีการขับของเสียออกจากร่างกาย ที่มีการขับเหงื่อ เป็นต้น อีกทั้งในเรื่องของระบบข้อต่อและกล้ามเนื้อของเรา มันจะสามารถช่วยในการผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งอาการเจ็บปวดลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพจิตใจของเราจะมีความสุขมากขึ้นในการใช้ชีวิต ที่มีอารมณ์ผ่อนคลาย หลับได้อย่างไร้ความกังวล

นวดสมุนไพร

นวดสมุนไพรสิ่งที่เป็นข้อห้ามที่เราททุกคนต้องรู้

ข้อห้ามนั้นก็มีมากเช่นเดียวกัน ที่มีทั้งการห้ามนวดที่ต้องห้ามของเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่างๆ ที่ห้ามมีการเหยียบนวดบริเวณนั้นเลย อีกทั้งในพวกบริเวณที่มีการเจ็บป่วย หรือบริเวณที่ห้ามมีการกระทบกระเทือนก็ห้าม เพราะว่ามันจะทำให้อาการแย่ไปกว่าเดิม รวมไปถึงคนที่เป็นโรคเบาหวานด้วย โรคความดัน เป็นต้น ที่สำคัญเลยคนที่กำลังตั้งท้องอยู่ ไม่ควรที่จะไปนวดโดยเด็ดขาด เพราะว่ามันจะทำให้กระทบกับเด็กในท้องได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทั้งสิ้น

นวดสมุนไพร

นวดสมุนไพรเป็นสิ่งที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่เราต้องศึกษากันให้ดีเลย เนื่องจากเราต้องมีการระมัดระวังเป็นอย่างดี แต่ก็เป็นประโยชน์เช่นเดียวกันกับผู้ที่ทำแล้วมีความผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ดูแลดวงตา

ดูแลดวงตา เพื่อไม่ให้สูญเสียการมองเห็น

ดูแลดวงตา การที่เรามองเห็นได้นั้นคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของเรา ซึ่งเราควรที่จะทำการดูแลอวัยวะนี้ให้ดีเป็นพิเศษ ถ้าหากเราปล่อยไปแบบละเลยในการดูและเอาใจใส่อาจส่งผลให้คุณนั้นพบเจอกับปัญหาที่ไม่อาจจะขาดคิดได้ และที่สำคัญมากๆเลยก็คือการที่เราควรดูและและเอาใจใส่คอยระมัดระวังไม่ให้มีอะไรมายุ่งเกี่ยวกับบริเวรอวัยวะนี้ได้เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ถ้าท่านดูและหรือระวังไม่มากพอนั้นอาจทำให้เสียใจไปตลอดเลยก็ได้

เคล็ดลับในการ ดูแลดวงตา มีอะไรกันบ้าง

ดูแลดวงตา

ในการที่เราอยากจะดูแลสุขภาพของตาเรานั้น เราต้องพยายามที่จะออกกำลังกายอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้มีดวงตามีความแจ่มใสมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการที่เราทุกคนเลยต้องทานอาหารที่ดีต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะวิตามินเอที่มีการบำรุงสายตาของเราโดยเฉพาะ ที่จะทำให้สายตาที่เกิดจากการพร่ามัวนั้นลดลงไป อีกทั้งพยายามหลีกเลี่ยงแสงที่มันแจ่มชัดจนเกินไป เพราะจะทำให้สายตาของเรามันเกิดความพร่ามัวได้ เวลาที่ขับรถต้องพยายามใส่หมวกกันน็อค เพื่อสายตาของเรามันจะกระทบกับฝุ่นมากที่สุด  อย่าให้อะไรมาเข้าในตาเรามาก ถ้าหากว่ามีอาการที่ผิดปกติ เราทุกคนควรที่จะหมั่นตรวจโรคอยู่สม่ำเสมอด้วย เพื่อที่มันมีปัญหาอะไรเราจะสามารถแก้ได้ทันเวลา

ดูแลดวงตา

ดูแลดวงตาส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไร

เวลาที่เรามองภาพอะไรมันจะแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องใส่แว่นให้มันเป็นภาระ ไม่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงน้อยที่สุดกับการที่เกิดโรคทางสายตาของเรา ที่มันจะทำให้เกิดโรคได้ ไม่ต้องเสียเงินในการรักษาโรคทางสายตาที่เราเองมีการควบคุมและดูแลมาโดยตลอด จะทำอะไรก็ล้วนมีความสะดวกอยู่เสมอ

ดูแลดวงตา

ดูแลดวงตาเป็นเรื่องที่เรียกว่าใหญ่อยู่พอสมควร เนื่องจากว่าสายตาของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เนื่องจากว่าเราต้องไว้ใช้ในการมองเห็น เพื่อที่จะทำให้เรานั้น สามารถที่จะพัฒนาตัวเองไปได้อีกขั้นในเรื่องการดูแลเรื่องนี้

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่