สุขภาพ การดูแลสุขภาพ อาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย อาการของโรค
โรคแพ้ถั่วปากอ้า

โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PDโรคร้ายที่มักเกิดขึ้นกับเด็กทารก

โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PD เป็นอาการที่เรียกว่ามีความน่าเป็นห่วงมาก สิ่งเป็นเด็กน้อยไม่รู้เรื่องเกิดมาต้องมาเจอในสภาวะที่น่ากังวลแบบนี้ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเด็ก โดยเป็นสภาวะที่เกิดจากการพร่องเอนไซม์ของ G6PD ที่น่ากังวลเกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลก เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่เด็กชายจะเป็นมากกว่าผู้หญิงเยอะมาก

เวลาที่จะกินอะไรก็จะเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ที่เวลากินอะไรก็ต้องระวังมากกว่าคนอื่น ซึ่งบางทีเราก็หาความสุขไม่เจอ แต่ในเมื่อมันรักษาไม่หาย เราต้องพยายามเรียนรู้การเอาตัวรอด เพื่อที่จะไม่ให้อาหารที่เป็นชนิดที่อันตรายมาทำร้ายเราได้ ถ้าหากว่าเรากินถั่ว อาจจะทำให้เราเกิดการแตกของเม็ดเลือดแดงขึ้นได้มากกว่าเดิมเยอะ ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดความเสียหายของอวัยวะภายในหนัก

อาการของผู้ป่วย โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PD จะเป็นอย่างไรบ้าง

โรคแพ้ถั่วปากอ้า

โดยปกติแล้วโรคที่เกิดขึ้นนี้จะรู้ตัวเลยว่าเป็นมาตั้งแต่เด็กทารกที่พึ่งคลอดเลยทีเดียว ที่มันไม่แสดงอาการให้เราได้รับทราบกันตั้งแต่เริ่มเลย เราต้องกินถั่วปากอ้าไปก่อน จึงจะแสดงอาการที่กระตุ้นความผิดปกติออกมาให้เห็น เกิดขึ้นได้ภายใน 1- 2 วันเท่านั้น

โรคแพ้ถั่วปากอ้า

โดยจะเริ่มมีไข้ ตัวร้อน ปวดหัว หนาว ตัวซีด ปัสสาวะมีสีที่เข้มมาก เป็นสีน้ำตาลเลยทีเดียว ไม่มีเรี่ยวแรงในการเดิน เป็นต้น

โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PDควรดูและรักษาและเลี่ยงอาหารชนิดได้บ้าง

โรคแพ้ถั่วปากอ้า

ในการรักษาเราไม่สามารถที่จะทำให้หายได้ในเชิงการแพทย์ เนื่องจากว่ามันมีสารที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาแล้ว ไม่อาจจะหายได้ในตัว ต้องพยายามที่จะไม่ไปกินอาหารที่เสี่ยงต่อเราเอง เพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุด รวมไปถึงการกินยาต้องถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรกินเองมั่ว แล้วไม่กินถั่วปากอ้าเด็ดขาดและถั่วชนิดอิ่นๆ

โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PDเป็นอาการที่เราไม่สามารถที่จะรักษาให้หายได้ แต่จะมีวิธีในการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างแน่นอน

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

อาการป่วยของทารก

การสังเกต อาการป่วยของทารก ต้องมีวิธีการสังเกตเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือได้ทัน

อาการป่วยของทารก ทำไมเราถึงให้ความสำคัญกับการศึกษาหรือวิธีการสังเกตอาการป่วยของลูก ถ้าลูกของเราสามารถบ่งบอกอาการได้ว่าเจ็บป่วยตรงไหนก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าอยู่ในวัยที่สามารถพูดคุยได้แล้ว เคยสังเกตไหมว่าทารกหรือน้องที่เพิ่งคลอดจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าเขาเจ็บป่วยตรงไหน พ่อแม่ก็ต้องศึกษาและวิธีการสังเกตต่างๆว่าลูกของเราเป็นอะไรเพื่อให้รักษาได้อย่างถูกจุดอย่าลืมว่าเด็กไม่สามารถบอกเราได้ไม่สามารถที่จะบอกอาการได้เพราะฉะนั้นเราก็ควรแก้ไขปัญหาที่พ่อแม่ก็ต้องเป็นคนศึกษาเอง เรามาดูกันเลยว่าอาการป่วยของทารกพ่อแม่ควรสังเกตอาการแบบไหน

อาการป่วยของทารก อาการที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ว่าลูกของเราเป็นอะไร

อาการป่วยของทารก

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าลูกของเราป่วยเป็นหวัดหรือไม่ถ้าสมมุติว่าเราสงสัยอาการนี้เราต้องดูอาการของลูกเราว่า ลูกเรามีน้ำมูกไหลหรือไม่ถ้ามีน้ำมูกไหลมีการไอมีการคัดจมูก และสีของน้ำมูกเป็นสีเทาหรือว่าสีเหลืองแต่ถ้าหากเป็นหวัดจะทำให้เป็นสีเขียวนานกว่า 1 สัปดาห์ต้องไปพบคุณหมอ การเป็นหวัดจะไม่ได้มีเฉพาะน้ำมูกเพียงอย่างเดียวแต่จะมีลักษณะของอาการไข้ร่วมด้วยถ้าลูกเป็นหวัดลูกของเราสามารถทานข้าวได้ปกติสามารถเล่นได้ แหยมได้ก็ถือได้ว่าอาการนั้นยังไม่รุนแรง ถ้าลูกของเรามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปร้องไห้อย่างเดียวไม่รับประทานอาหารไม่ดื่มน้ำแสดงว่ามีอาการรุนแรงกว่าเพราะฉะนั้นต้องไปหาหมอทันที

อาการป่วยของทารก

สำหรับวิธีการป้องกันไม่ให้ลูกของเราเป็นหวัดเราควรทำยังไง ที่ทราบดีว่าเมื่อมีอาการป่วยของทารก เด็กไม่สามารถบอกได้สิ่งที่ป้องกันดีกว่าแก้ก็คือเราต้องดูแลลูกให้เป็นหวัดน้อยที่สุดจะดีที่สุดทั้งตัวแม่และตัวลูก การดูแลลูกของเราไม่ให้ป่วยเป็นหวัดง่ายๆก็คือเราจะไม่ให้ลูกอยู่ใกล้หรือสัมผัสกับคนที่เป็นหวัด และเราจะต้องพยายามให้ลูกกินนมกินน้ำบ่อยๆ ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะอุ้มก่อนจะจับก่อนจะหอมลูก

อาการป่วยของทารก

โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กจะติดเชื้อจากผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลย พยายามให้นมแม่ให้นานที่สุดเพราะว่านมแม่จะทำให้ร่างกายของลูกแข็งแรง แล้วก็อย่าพาลูกไปอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่เพราะควันบุหรี่จะส่งผลต่อทางเดินหายใจของเด็กได้และผู้ใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน นี่ก็คือวิธีการรับมือเมื่อลูกของเราป่วยว่าอาการป่วยของทารกหรือลูกของเรานั้นเป็นอะไรให้เราสังเกตได้ง่ายๆ

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่