สุขภาพ การดูแลสุขภาพ อาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย อาการของโรค
โรคลมพิษ

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคลมพิษ

โรคลมพิษ ใครที่เคยมีประสบการณ์การเป็นลมพิษจะทราบดีว่าก็ถือได้ว่าเป็น ที่มีความทรมานเพราะว่าจะทำให้เราคันตามตัวตามศีรษะคันแบบไม่หยุดไม่หย่อนคันแบบทำอะไรไม่ได้ คืออาการของโรคลมพิษนั่นเองซึ่งถ้าหากใครที่เคยเป็นก็จะทราบดีแต่เรามาดูว่าปัจจัยของการเป็นโรคลมพิษคืออะไรสาเหตุที่ขึ้นผื่นแดง ผิวหนังซึ่งถ้าเรามองข้ามไปอาจจะทำให้เกิดโรคอื่น ก็ได้เพราะฉะนั้นเราก็ต้องรู้ให้ทันว่าสาเหตุของโรคลมพิษมาจากอะไร

วิธีการดูแลตัวเองหากเกิด โรคลมพิษ  เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย

โรคลมพิษ

คำว่าลมพิษนั้นเป็นอาการผื่นคันบนผิวหนัง แค่พูดถึงก็คันแล้วเป็นอาการที่พบได้ทุกเพศทุกวัยอาจจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆ อายุที่เป็นโรคลมพิษบ่อยที่สุดก็น่าจะช่วงอายุ 20 ถึง 40 ปี แต่ประสบการณ์ในการเป็นโรคลมพิษของเราเราเคยเป็นตอนอายุ 16 ปีตอนม .4 ซึ่งอยู่ก็เป็นโดยไม่ทราบสาเหตุมีลักษณะของผื่นแดงขึ้นตามตัวอาการแรกก็คือจะมีอาการปากบวม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารับประทานอาหารอะไรเข้าไปเรามาดูกันดีกว่าว่าโรคลมพิษเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งเราก็มีรูปภาพประกอบของลักษณะของ

โรคลมพิษ

ซึ่งเราก็มีรูปภาพประกอบของลักษณะของโรคลมพิษลักษณะของโรคลมพิษนั้นจะมีลักษณะของปู่นูนแดงไม่มีขลุ่ย มีลักษณะขึ้นตามตัวบริเวณหน้าบริเวณขาบริเวณน่องบริเวณลำตัวต่างๆก็จะขึ้นหมดเลยสามารถขึ้นได้ทั่วร่างกายของเรา ซึ่งจะขึ้นเต็มที่ประมาณ 1 วันโดยเฉลี่ยเพราะว่าเคยมีผู้ใหญ่พูดว่า พอขึ้นครบ 1 วันก็จะมีอาการหายไปเอง บางรายอาจจะมีอาการอื่นแทรกซ้อนด้วยเช่นบางคนก็จะมีอาการแน่นจมูกหายใจติดขัดหรือว่าอาจจะเกิดอาการรุนแรงทำให้บางคนเสียชีวิตได้ถ้ามีอาการที่ค่อนข้างแรง เพราะฉะนั้นการเป็นลมพิษเราต้องไปหาหมอลมพิษจะเกิดขึ้นหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นลมพิษแบบเฉียบพลัน

โรคลมพิษ

ก็คืออาจจะเกิดจากอาการแพ้ต่างๆไม่ว่าจะเป็นแพ้อาหารแพ้ยาแพ้ขนสุนัขก็ได้ บางคนเป็นโรคลมพิษชนิดเรื้อรังก็คือจะเป็นทุกสัปดาห์ทุกเดือนก็คือจะมีลักษณะอาการที่แปลก สาเหตุก็จะแตกต่างกันออกไปบางคนอาจจะแพ้ยาหรือว่ามีประจำเดือนและทำให้เกิดลมพิษได้และนี่ก็คือโรคลมพิษที่เราไม่ควรมองข้าม และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคลมพิษจริงๆก็คือแพ้ยา อาหารติดเชื้อการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากจนเกินไปแพ้ฝุ่นเป็นต้นก็ทำให้เกิดลมพิษได้เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการก็ควรไปพบแพทย์น่าจะดีที่สุด

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ผื่น

ผื่น ขึ้นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย อันตรายไหม

ผื่น สำหรับอาการหรือโรคทางผิวหนังโดยส่วนใหญ่ก็จะเกิดพวกลมพิษ ผื่นตามร่างกายซึ่งเราเองก็อยากจะนำเสนอข้อมูลของตัวเองก่อนเพราะเราเป็นคนที่แปลกมากอยู่ๆก็จะขึ้นผื่นตามข้อศอกซึ่งจะขึ้นบริเวณฝั่งเดียวคือข้างเดียวมีลักษณะของอาการคันคันพอเราก็จะเป็นแผล ซึ่งอยู่ๆก็ขึ้นอยู่ๆก็หายซึ่งรักษามานานมากแต่ยังไม่เคยไปหาหมอเลยไม่รู้ว่าการที่ผื่นขึ้นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกายนั้นมีความอันตรายมากไหม จะบ่งบอกถึงโรคภัยไข้เจ็บที่เราอาจจะยังตรวจไม่เจอหรือเปล่าเดี๋ยวเรามาดูข้อมูลกันดีกว่า สุขภาพของเราดีขึ้นเราก็ต้องเข้าใจเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและสังเกตอาการตัวเองอยู่เสมอ

สาเหตุและปัจจัย ที่ทำให้เกิด ผื่น บริเวณต่างๆ ตามร่างกาย

ผื่น

สำหรับลักษณะของผื้น ที่จะเกิดขึ้นในร่างกายหรือบริเวณร่างกายของเราจะสามารถแบ่งได้เป็นประมาณ 2-3 ประเภท เราสามารถสังเกตอาการของตัวเองได้ก็คือลักษณะแรกก็คือเป็นผื่นนูนแดง ลักษณะนี้จากการวิเคราะห์ของคุณหมอและการสำรวจของคุณหมอก็พบว่าเป็นลักษณะของพื้นที่พบมากที่สุดมีทั้งขนาดเล็กก็ได้ขนาดใหญ่ก็ได้มีอาการคันร่วมด้วย ลักษณะนี้มาจากอาการแพ้ระคายเคืองผิวหนัง เช่นแพ้อาหารแพ้ยาเป็นต้น สำหรับประเภทที่สองก็คือจะเป็นผื่นผิวหนังอักเสบลักษณะนี้จะขึ้นแตกต่างกันแต่ละบุคคลแต่จะขึ้นลักษณะของผื่นแดงบริเวณหัวเข่าข้อศอก

ผื่น

แต่อาจจะพบที่อื่นด้วยก็ได้แต่อาจจะพบน้อยกว่าก็คือบริเวณลำตัวลำคอและศีรษะ ปรับพื้นชนิดนี้จะมีขุยขาวเหมือนกับผิวของเราลอกและมีอาการคันและก็ไม่สามารถที่จะหาสาเหตุอย่างแน่ชัดได้อาจจะเกิดจากความเครียดหรือการพักผ่อนน้อย บางคนก็อาจจะเกิดจากการแพ้ยาก็ได้ สำหรับลักษณะของผื่นประเภทที่ 3 ก็คือเราจะเรียกว่าผื่นแพ้สัมผัสก็คือลักษณะนี้จะแตกต่างกับลักษณะอื่นๆโดยทั่วไปเพราะว่าจะขึ้นแค่บริเวณที่สัมผัส เช่นจะขึ้นที่ตัว เป็นผื่นแดงอาจจะมีน้ำหนองออกมาด้วยลักษณะอาการ ก่อให้เกิดความแพ้ได้

ผื่น

ถามว่าผื่นที่ขึ้นตามร่างกายของเรามีความอันตรายไหม ข้แรก แล้วก็คือสร้างความรำคาญใจให้แก่เราบางคนฟื้นขึ้นบนใบหน้าก็เลยเสียความมั่นใจและหาสาเหตุไม่ได้ ที่คิดว่าสร้างความรำคาญจะให้ตัวเองอยากหายเราก็สามารถไปพบแพทย์ได้เลยแต่สำหรับบางคนอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาพวกขึ้นเป็นประจำเวลากินอาหารที่แพ้เราก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาหมอเพราะมียาแก้แพ้อยู่แล้ว มีอาการรุนแรงก็ควรไปพบหมอเพื่อให้หมอวินิจฉัยว่าเป็นผื่นอะไรเกิดจากอะไรเราจะได้ป้องกันอย่างถูกต้อง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

อาหารเป็นพิษ

ท้องเสียกับ อาหารเป็นพิษ มีลักษณะอาการที่ต่างกัน

ประเทศไทยของเรามีวัตถุดิบในการทำอาหารมากมายและมีเมนูอาหารขึ้นชื่อมากมาย จึงทำให้เราเป็นคนชอบกินกันกินก็ต้องระมัดระวังด้วยเพราะว่าการกินไม่ได้ส่งผลต่อโรคอ้วนเพียงอย่างเดียวแต่สมมติว่าเรารับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก ไม่สะอาดหรือกันปรุงไม่ได้มาตรฐานก็จะทำให้เราเกิดโรคต่างๆได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งถ้าเรากินของเปรี้ยวของดองของหวานหรือของหมักก็จะทำให้เราท้องเสียได้ง่ายแต่ลักษณะอาการของท้องเสียอาหารเป็นพิษมีลักษณะอาการที่ต่างกันไม่เหมือนกัน อาจจะมีการถ่ายอุจจาระเพียงอย่างเดียวไม่ได้มีอาการปวดท้องรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และไม่ได้มีอาการอาเจียนหรือวิงเวียนศีรษะทำให้ร่างกายขาดน้ำจนเป็นลมได้เพราะฉะนั้นอาหารเป็นพิษจะมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรงกว่า ซึ่งสาเหตุของคนที่มีอาการ อาหารเป็นพิษ จนต้องเข้าแอดมิดโรงพยาบาล ก็อาจจะมาสาเหตุจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อแบคทีเรียปนอยู่หรือเชื้อไวรัสนั่นเองทำให้ เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ หรืออาจจะมาสาเหตุจากการทานจัดเป็นพิษที่มาจากเหตุอาหารทะเลสาบหนูสารตะกั่ว

อาหารเป็นพิษ จะมีอาการดังต่อไปนี้ก็คือ

อาหารเป็นพิษ

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของเราจะช้าหรือจะเลวก็ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณที่เราได้กินเข้าไปหรือสัมผัสเข้าไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดอาการหลังจากรับประทานเข้าไปประมาณ 2 ถึง 6 ชั่วโมงจะอ่านลักษณะอาการจะเหมือนกันแม้ว่าเชื้อโรคจะต่างกันก็คือจะมีลักษณะอาการปวดท้อง เป็นช่วงช่วงปวดท้องแบบท้องบิดแล้วก็จะมีอาการมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อโรคนั้นๆ

อาหารเป็นพิษ

ซึ่งอาหารเป็นพิษจะมีอาการของอาเซียนร่วมด้วยมักมีเศษอาหารที่เป็นต้นเหตุออกมาด้วย ถ่ายเป็นน้ำจนบ่อยครั้งทำให้เราเกิดอาการอ่อนเพลียรับประทานอาหารไม่ลงปากไม่อร่อยได้ถ้าการประเมินอาการของตัวเองแล้วคิดว่าตัวเองมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรงอ่อนเพลียไม่มีแรง พบแพทย์ที่โรงพยาบาลอยากกินยาที่ทำให้หยุดทายเพราะเชื้อโรคจะอยู่ในตัวเรา สมมุติว่าอาการของเราไม่ได้รุนแรงมากนักมีอาการอาเจียนปวดท้องเพียงอย่างเดียว

อาหารเป็นพิษ

และมีอาการของการอาเจียนร่วมด้วยแต่อาเจียนเพียงครั้งเดียวถ่ายบ่อยแต่ก็ไม่ได้บ่อยจนเกินไปไม่มีอาการอ่อนเพลียเราก็สามารถซื้อวิตามินหรือเกลือแร่มารับประทานได้เพื่อชดเชยอาการที่เราสูญเสียน้ำออกไปในร่างกาย ควรสังเกตอาการของตัวเองเป็นหลักเพราะว่าการสังเกตอาการ ของตัวเองเป็นหลักเพราะการประเมินอาการของตัวเองจะทำให้เรารู้ว่าเราเป็นถึงขั้นไหนแล้วควรพบแพทย์หรือกินเกลือแร่ได้

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

rsv

การดูแลลูกหลานให้ปลอด โรค rsv ไวรัสที่อันตรายถึงชีวิตได้

สำหรับคนที่มีลูกมีหลานก็จะรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ โรค rsv ไวรัสที่ค่อนข้างอันตราย และไวรัสตัวนี้ก็จะเกิดขึ้นกับเด็กเป็นเชื้อไวรัสที่มีอาการการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เด็กและผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อไวรัส rsv ได้แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปีและประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ค่อนข้างละบาทได้ในช่วงที่ฝนตกหรือช่วงที่อยู่ในปลายฝนต้นหนาวนั่นเอง

rsv ไวรัสตัวร้ายที่ทำอันตรายให้แก่เด็กๆ

rsv

สาเหตุของการติดเชื้อหรือลักษณะของการติดเชื้อไวรัส rsv หรือโรค rsv ได้ก็คือการติดต่อผ่านทาง สารคัดหลั่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นน้ำมูกน้ำลายหรือเนื้อละอองจากการไอการจาม นี่ไงว่าคือการสัมผัสกันเองและทำให้ติดจากสารคัดหลั่งในประเภทต่างๆซึ่งโรคนี้จะมีระยะในการฟักตัวอยู่ที่ประมาณ 5 วัน อากาศในวันสองวันหรือ 4 วันแรกจะมีอาการแค่ไข้หวัดธรรมดามีน้ำมูกมีการไอเพียงเท่านั้นแต่เมื่อโรคดำเนินมาถึง ตัวเต็มที่แล้วทำให้มีผลต่อทางเดินหายใจทำให้ทางเดินหายใจมีอาการอักเสบขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดลมอักเสบหรือว่าปอดบวมนั่นเอง

rsv

โลกนี้มีความรุนแรงถึงชีวิตเพราะว่าทำให้หายใจลำบากเพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังก็คืออย่าให้ไข้สูงจนเกินไปคือวัดไข้ลูกอยู่ตลอดเวลาถ้าลูกมีอาการไข้หรือไม่สบาย
ถ้าสมมุติว่าทำการวัดไข้แล้วมีไข้สูงมากกว่า 39 องศามีอาการไอหรืออาเจียนร่วมด้วยมีการหายใจที่ค่อนข้างติดขัด รับประทานอาหารหรือนมได้น้อยลงควรไปหาหมอทันทีเพราะว่าอาการเหล่านี้ทำให้ทางเดินหายใจล้มเหลวได้สูง ซึ่งสังคมออนไลน์หรือการกระจายข้อมูลข่าวสารใน Facebook หรือว่าช่องทางต่างๆก็มีประสบการณ์หลายๆคนของผู้ปกครองที่ ลูกหลานอาจจะเคยประสบปัญหากับการเป็นโรค rsv มาแล้วก็จะเห็นว่า เด็กสามารถเป็นได้ในช่วงวัย 5 เดือนก็คือมีการเป็นแล้ว

rsv

เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่อย่างเราเราก็ควรที่จะดูแล และสังเกตอาการลูกน้อยอยู่ตลอดเวลาและการสัมผัสลูกหลานคนอื่นก็ต้องมีการระมัดระวังบางคนด้วยความรักและความเอ็นดูอาจจะเข้าไปหอมแก้มเข้าไปลองเข้าไปก่อนซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้เด็กติดเชื้อได้
การป้องกันโรคหรือการติดต่อโรค rsv ที่สุดก็คือเราอย่าเอาเชื้อเราไปติดกับเด็กถ้าเราเป็นบุคคลภายนอกเห็นเด็กน่ารักก็ชมเพียงตาเพียงอย่างเดียวเพราะต้องเข้าใจว่าการติดเชื้อในสมัยนี้ติดได้ง่ายการสัมผัสต่างๆ สนใจเขาใจเราก็พยายามเห็นใจผู้ปกครองหรือพ่อแม่บางคนที่เขาไม่ให้เราจับลูกเขา

เพราะว่ามีเหตุผลส่วนตัวใช้ตามองเพียงอย่างเดียวก็พอแล้วชมเชยความน่ารักของเด็กเพื่อไม่ให้เด็กเกิดการติดเชื้อโรคเพราะว่าการที่เด็กติดโรค rsv ค่อนข้างทรมานกับเด็กที่จะต้องเป็นแล้วก็การรักษาต่างๆค่อนข้างลำบากเพราะเขาไม่สามารถที่จะบอกเราได้ว่าเป็นอะไรเจ็บตรงไหนปวดตรงไหนเพราะฉะนั้นก็ควรระมัดระวังทั้งลูกหลานของตัวเองและผู้อื่น

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

แผลน้ำร้อนลวก

แผลน้ำร้อนลวก หรือแผลไฟไหม้

อุบัติเหตุต่างๆเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดจากอะไรเพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเอง ระวังซึ่งน้ำและไฟก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดแผลและความเจ็บปวดหลายๆอย่างเพราะฉะนั้นวันนี้ข้อมูลกับการดูแลสุขภาพ ทำการนำเสนอก็คือขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติและอย่าประมาทถ้าเรามีสติในการดำเนินชีวิตทุกย่างก้าว อันตรายหรืออุบัติเหตุก็จะเข้าสู่ใกล้ร่างกายเราได้น้อยแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลเอาไว้ซึ่งอุบัติเหตุจากการประเมินของการทำสถิติก็อาจจะพบมากที่สุดก็คือ แผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้

แผลน้ำร้อนลวก หรือแผลไฟไหม้ ต้องดูแลแบบไหน

แผลน้ำร้อนลวก

ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราควรรู้ไว้ว่าการดูแลตัวเองหลังจากการเกิดอุบัติเหตุแบบนี้เราควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรถ้าเป็นเล็กน้อยก็อาจจะมีแค่อาการปวดแสบปวดร้อนนิดหน่อยไม่ได้เยอะอะไรมากแต่ถ้าเป็นแผลลึกก็น่าจะสร้างความเจ็บปวดให้พอสมควรสิ่งที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องทำการสังเกตหากเกิดอุบัติเหตุแผลน้ำร้อนลวก ถ้าสมมุติว่าเกิดอุบัติเหตุแบบนี้จริงๆสิ่งที่เราควรทำก็คือการถามตัวเองถามคนที่โดนรอบข้างว่าความเจ็บนั้นประมาณไหนถ้าแผลที่ลึกแผนที่กว้างก็ต้องมีความเจ็บมากกว่าแผลเล็กๆอยู่แล้ว

แผลน้ำร้อนลวก

เราสามารถสอบถามคนที่โดยตรงได้เลยถ้าสมมุติว่าโดนแผลกว้าง อาจจะทำให้แผลติดเชื้อหรือเกิดอาการต่างๆที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเพราะฉะนั้นเราต้องไปพบแพทย์ทันทีไปตึกอุบัติเหตุจะมีแพทย์ฉุกเฉินให้บริการเราอยู่แล้วเพราะฉะนั้นสำหรับวิธีปฐมพยาบาล สำหรับแผลน้ำร้อนลวกหรือว่าไฟไหม้ วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็คือเราต้องส่งโรงพยาบาลทันทีและก็ใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งในการประคบบาดแผลต่างๆทำไมรู้ไหมคะเพราะช่วยลดอาการบาดเจ็บหรือลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้การใช้น้ำแข็งประคบ หรืออาจจะใช้น้ำแข็งในการแช่ขาในส่วนนั้นก็ได้หรือว่าใช้น้ำเย็นล่าจะช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้

แผลน้ำร้อนลวก

จากนั้นก็ใช้ผ้าก๊อตที่สะอาดปิดแผลก่อนเพื่อไม่ให้ ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกภายนอกเข้าไปบริเวณแผลซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ จากนั้นก็ไปพบแพทย์ถ้าแผนของเรากว้างใหญ่หรือนึกแต่ในกรณีของโดนแผลเล็กๆน้อยๆสามารถไปหาเภสัชกรในการซื้อ ยาระงับอาการปวดแสบปวดร้อนและศึกษาวิธีการดูแลแผลจากนั้นก็ถึงขั้นตอนการดูแลแผลไม่ให้เกิดแผลเป็นหลีกเลี่ยงการรับประทานอะไร ควรใช้ยาอะไรในการทาแผลก็ศึกษาข้อมูลได้หรือสอบถามแพทย์ได้เลย

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคแพนิค

โรคแพนิค น่ากลัวยังไง

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ โรคแพนิค มากขึ้นแต่เรามาดูก่อนว่าอาการของ สำหรับอาการของคนที่เป็นโรคแพนิคก็คือจะมีอาการชาตามร่างกาย มีอาการวิงเวียนศีรษะ รู้สึกหนาวสั่นร้อนวูบวาบ ใจสั่นหรือใจเต้นแรง กลัวว่าเราจะตาย หายใจไม่อิ่มหรือมีอาการหายใจขาด ควบคุมตัวเองไม่ได้เจ็บหน้าอก รู้สึกว่าสิ่งรอบร่างกายของเราแปลกไป รู้สึกอึดอัดตัวสั่นมือสั่น ซึ่งลักษณะอาการที่เราทำการแนะนำเมื่อกี้หรือบอกก็คือเป็นอาการของคนที่เป็นโรคแพนิคบางคนถ้าพูดถึงโรคแพนิคก็อาจจะไม่รู้รายละเอียดว่าโรคแพนิคคืออะไร โรคนี้มีอันตรายไหมซึ่งถ้าให้ดูจากอาการคร่าวๆที่เราทำการแนะนำไปเมื่อสักครู่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าโลกนี้มีอันตรายเพราะการที่เราเกิดความรู้สึกกลัวเกิดความรู้สึก ไม่ปลอดภัยหรือว่ารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆจะทำให้ร่างกายของเราทำงานผิดปกติเพราะฉะนั้นเราก็ต้องรู้ทันโรคเหล่านี้

โรคแพนิค นั้นจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยคะ

โรคแพนิค

สำหรับรายละเอียดของโรคแพนิคก็คือเป็นโรคที่ ค่อนข้างทันสมัยและเมื่อเวลาผ่านไปก็ได้ยินมากขึ้นจากคนรอบตัวของเราซึ่งอยู่ๆก็มีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งบางคนอาจจะใช้ชีวิตปกติโดยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเกิดโรคแพนิค สำหรับการเป็นโรคแพนิคก็คือคนที่เป็นอาการของการตื่นตระหนกต่างๆซึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ก็จะมีความรู้สึกหวาดกลัวขั้นรุนแรงไม่สามารถที่จะเผชิญกับสิ่งรอบข้างที่อยู่โดยรอบได้

โรคแพนิค

ซึ่งเกิดอาการกลัวขึ้นมาทำให้โลกนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนใหญ่ควรจะไม่ทราบเลยว่าตัวเองเป็นโรคนี้แล้วก็ใช้ชีวิตประจำวันไปแบบปกติ ซึ่งไม่ได้มีการหาคุณหมอหรือขอคำแนะนำต่างๆจึงทำให้โลกนี้เกิดความอันตรายได้เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้สึกว่าเรามีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์โดยทันทีเพื่อรักษาอาการและให้แพทย์ตรวจสอบว่าเรามีความตื่นตระหนกหรืออาการนี้ไปถึงขั้นไหนแล้วซึ่งหลายคนอาจจะถามหาสาเหตุว่าและโรคนี้เกิดได้อย่างไร

โรคแพนิค

ซึ่งสามารถตอบได้เลยว่าการที่โลกนี้เกิดขึ้นนั้นอาจจะเป็นไปจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ทำให้เราเกิดความเครียดกับการทำงานมากขึ้นกดดันกับการทำงานซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เราเสี่ยงเป็นโรคแพนิคได้ ถ้าไม่ใช่กับสิ่งรอบข้างโดยรอบก็อาจจะเกิดขึ้นกับการปฏิบัติตัวหรือพฤติกรรมของตัวเราเองเช่นเราทำงานกับคอมพิวเตอร์เราอยู่กับโซเชียลมากเกินไป ที่เราไม่รับประทานอาหารเช้าการที่เราใช้ชีวิตแบบเร่งรีบพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หรือ พฤติกรรมเหล่านี้ก็สามารถเป็นสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เราเป็นโรคแพนิคได้เพราะฉะนั้นถ้าอยากหายจากโรคแบบนี้เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี

ติดตามบทความสุขภาพ และ เรื่องที่ต้องใส่ใจกับการ ดูแลเส้นผม ง่ายๆได้ที่นี่

ปวดท้องไส้ติ่ง

อาการ ปวดท้องไส้ติ่ง เป็นแบบไหน รู้เท่าทันโรค !


โรคภัยไข้เจ็บในร่างกายเราไม่รู้เลยว่าจะมาตอนไหนเพราะฉะนั้นเราก็ต้องรู้อาการต่างๆ ว่างไม่รู้จะทำอะไรก็สามารถเข้าหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ว่าอาการเป็นรูปแบบนี้ปวดท้องแบบนี้ เจ็บตรงนั้นเจ็บตรงนี้เราเป็นโรคอะไรหรือเป็นอาการเริ่มแรกของโรคอะไรหรือเปล่าการรู้ข้อมูลไว้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ศึกษาข้อมูลไว้เพื่อเป็นความรู้ซึ่งสำหรับ คนที่มีการปวดท้องอยู่เป็นประจำเราต้องรู้นะคะว่าอาการปวดท้องแต่ละตรงแบบที่เราเป็นนั้นเป็นการปวดท้องแบบไหนซึ่งโรคที่ทำให้เราเสียชีวิตได้ โรค ก็คือโรค” ปวดท้องไส้ติ่ง

ปวดท้องไส้ติ่ง มี3ระยะ มีการแบบไหนบ้าง มาดูกันเลยคะ

ปวดท้องไส้ติ่ง

ถ้าเราไปหาหมอไม่ทันและเกิดภาวะไส้ติ่งแตกก็ทำให้เราอาจจะเสียชีวิตได้เพราะฉะนั้นเราควรรู้ว่าอาการเริ่มแรกของการปวดท้องแบบนี้เราเป็นอะไร รู้ปุ๊บเราเกิดอาการปั๊บเราก็สามารถไปหาคุณหมอได้ทันทีรักษาได้อย่างท่วงทันก็จะช่วยให้สิ่งที่ไม่ดีไม่เกิดขึ้นกับเราก็คือช่วยจัดให้หนักกลายเป็นเบาได้ หรือว่าอาการแบบนี้คือเป็นอะไร สามารถแจ้งคนรอบข้างได้ถูกว่าไม่ใช่อาการปกติที่เรา เป็นอยู่แล้วสำหรับการปวดท้องไส้ติ่งนั้นจะมีทั้งหมด 3 ระยะซึ่งเราต้องสังเกต ซึ่งระยะที่ 3 จะเป็นระยะที่อันตรายมากที่สุดระยะแรกก็คือจะเป็นอาการเริ่มแรกของการที่เราอาจจะมีภาวะของ ไส้ติ่งอุดตันการที่เราปวดท้องกะทันหันปวดท้อง แบบไม่รู้สาเหตุ

ปวดท้องไส้ติ่ง

อาการปวดท้องจะเป็นอาการเริ่มแรกและอาการต่อมาที่จะทำให้เรารู้สึกผิดปกติมากขึ้นก็ คือเราจะเริ่มมีอาการเบื่ออาหารและจะมีอาการจุกเกิดขึ้นด้วยจะเป็นบริเวณการปวดท้องรอบสะดือน่าจะเป็นอาการที่เราจะไม่เคยปวดมาก่อนซึ่งอาจจะสังเกตได้ง่าย ถ้ามีการเกิดอาการออกในระยะแรกก็ควรพบคุณหมอแล้วนะคะเพราะว่าเราจะได้รักษาการและทำการตัดไส้ติ่งได้เลยสำหรับผู้ที่เริ่มเป็นในระยะที่ 2 ที่เกิดอาการระยะที่สองก็คืออาการของไส้ติ่ง เราจะมีลักษณะของการบวมโป่งขึ้น

ปวดท้องไส้ติ่ง

ซึ่งนี้เป็นการที่โลกของเราได้มีการขยายและรูปร่างภายนอกไส้ติ่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราจะปวดท้องมากขึ้นในระยะเวลาหลังจากปวดท้องระยะแรกประมาณ 1-2 ชั่วโมงซึ่งอาจจะมีการย้ายตำแหน่งมาปวดที่ท้องน้อย ทำให้เราเคลื่อนไหวด้านต่างๆได้ยาก ทำให้ปวดมากขึ้นจนอาจจะทนไม่ไหวหรืออาจจะมีอาการท้องผูกถ่ายไม่ออกหรือท้องเสียร่วมด้วย แล้วสุดท้ายก็คือระยะที่รุนแรงมากที่สุดก็คือไส้ติ่งของเราได้มีการแตกกระจายไปทั่ว ท้องของเราทึ่งถ้าปล่อยไว้ ก็เลยทำให้เกิดการแทรกซ้อนแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดก็คือ การที่ติดเชื้อทำให้เราเสียชีวิตได้และนี่ก็คืออาการของโรคไส้ติ่ง เป็นโรคที่เกิดฉับพลัน เพราะฉะนั้นเราต้องสังเกตอาการและรู้ข้อมูลต่างๆไว้ก็จะช่วยให้เรารักษาตัวเองได้ทัน

ติดตามบทความสุขภาพที่น่าสนใจได้ที่นี่