สุขภาพ การดูแลสุขภาพ อาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย อาการของโรค
อาการมือชา

วิธีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ อาการมือชา แบบไม่ต้องผ่าตัด

อาการมือชา ถือว่าอาการนี้ที่พบได้บ่อยเลย ในช่วงของวัยที่ทำงาน ซึ่งจะเป็นอาการผิดปกติที่อาจเกิดได้กับมือแค่ข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ เป็นอาการที่เกิดได้หลากหลายสามเหตุไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือข้อสะบักเกร็ง กระดูกข้อเสื่อม ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน B1 B6 และ B12 เป็นต้น ซึ่งหลาย ๆคนที่มีปัจจัยเหล่านี้ก็อาจส่งผลให้เกิดภาวะมือช้าได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 วิธีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอาการมือชาแบบไม่ต้องผ่าตัดให้กับทุกคนที่มีอาการกัน จะมีวิธีอะไรบ้างนั้นไปดูกันได้เลยค่ะ

บอกต่อสาระดี ๆกับ 5 วิธีรักษา อาการมือชา ให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

อาการมือชา
  1. การรักษาอาการมือชาโดยใช้ยาได้แก่ วิตามินบีที่เข็มข้น เพื่อบำรุงปลายประสาทยาต้านการอักเสบตัวนี้ไม่ใช่ยาประเภทของสเตียรอยด์ เพื่อทำการลดการที่มันอักเสบ การฉีดยาที่เป็นสเตียรอยด์นั้นเข้าไปของช่องที่เป็นอุโมงค์ ช่วยลดในการที่มันอักเสบและในบางรายอาจจะหายดีได้เลย
  2. พยายามขยับนิ้วบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เส้นประสาทเกิดการกดทับ หรือเกิดพังผืดที่เส้นประสาท และบางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือชั่วคราว
  3. งดทำเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ หรือเรื่องที่จะใช้มือ แขน หรือแม้แต่เท้าที่จะหนักเกินไป เช่น การที่จะได้ยกของ เพราะมันนั้นอาจจะมีการส่งผลให้อาการมือชาที่เป็นอยู่หนักขึ้นและรู้สึกเจ็บมากขึ้นได้ การทำกายภายโดยการทำอัลตร้าซาวด์ลดการอักเสบหรือการฝึกบริหารมือเพื่อคลายพังผืดฝ่ามือ
  4. ปรับท่าของการที่จะทำงานปรับข้อมือนั้นให้เหมาะสม ระหว่างที่ได้มีการทำงานข้อมือของเราจะได้ไม่เกิดงอที่มากจนเกินไป และหาอุปกรณ์ที่จะทำการประคองของมือ คนที่จะต้องได้ใช้คอมนั้น ให้ข้อมือได้มีการพัก เมาส์ ก็ต้องใช้ขนาดพอดีมือ ไม่เล็กจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ข้อมือเกร็งมากขึ้นได้และ
  5. การกินยาควรได้รับการจ่ายยาจากแพทย์ผู้ชำนาญเนื่องจากยาเเก้ปวดหรือแก้อักเสบที่ซื้อได้ทั่วไปอาจรักษาอาการได้เพียงชั่วคราว และถ้ากินต่อเนื่องไปนานๆ ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
อาการมือชา

สำหรับ 5  วิธีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอาการมือชาแบบไม่ต้องผ่าตัดของเราก็จบกันไปแล้วนะคะ หวังว่าทุกวิธีที่เราไปแนะนำไปจะสามารถช่วยให้เพื่อน ๆที่ป่วยในภาวะนี้มีอาการมือชาที่ดีขึ้นได้และหายในเร็ววันนะคะ สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมสังเกตอาการตนเองกันอย่างสม่ำเสมอกันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

อาการมือชา

และ joker2929  เว็บยอดนิยม สำหรับคนชอบเล่นเกมสล็อตออนไลน์ เดิมพันง่าย รวยไว ฝากถอนโอนเร็ว มีรางวัลมากมาย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โควิด19

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อหายจาก โควิด19

ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยนั้นยังคงสูงขึ้นและเพิ่มอย่างรวดเร็วและไม่มีท่าทีเลยว่ามันจะลดจำนวนลง รวมไปถึงยอดผู้เสียชีวิตก็เฉลี่ยที่ได้เพิ่มขึ้นอยู่ในทุก ๆ วันทำให้ประชาชนยังคงต้องกักตัวอยู่บ้านต่อไป แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็มีผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งที่หายจากโควิด19 แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าแม้จะหายขาดแล้วก็ยังสามารถกลับไปติดได้และร่างกายหลังจากติดเชื้อก็อาจมีภาวะของอาการบางอย่างตามมาอีกด้วย ฉะนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการดูแลตัวเองเมื่อหายจาก โควิด19 เพื่อการรับมือสำหรับผู้ป่วยที่หายขาดนั่นเองค่ะ

ส่งต่อ 5 วิธีดูแลตัวเองหลังหายจาก โควิด19

เมื่อผู้ป่วยเริ่มไม่มีอาการและหายจากการเป็นโควิด19ในที่สุดแล้วก็จะเป็นขั้นตอนของการดูแลตัวเองหลังจากหายป่วยที่ต้องมีการได้พักฟื้นในบ้าน ซึ่งขั้นตอนนี้เองคนส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่ค่อยรู้วิธีของการดูแลตัวเองหลังจากป่วยที่ถูกต้องและใช้ชีวิตตามปกติทั่วไปที่เคยเป็น จึงทำให้อาจเกิดผลเสียอื่น ๆตามมาได้ ดังนั้นเราจะพาไปดูกันว่าการวิธีการดูแลตนเองหลังหายจากโควิด19นั้นมีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

  1. สังเกตตัวเองอยู่เสมอ

หากพบว่าตนเองยังมีอาการหายใจหอบ อ่อนเพลีย ไอ หรือมีไข้สูง ควรแยกตัวออกมาทันทีและเข้าตรวจโดยด่วน เพราะอาการเหล่านี้อาจโรคหรือภาวะของอาการอื่น ๆที่ไม่ใช่โควิด19 ก็เป็นได้ เช่น หลอดเหลือหัวใจ การติดเชื้อของแบคทีเรีย เป็นต้น ดังนั้นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

โควิด19
  1. พักผ่อนให้เพียงพอ

กล่าวคือผู้ที่หายจากโควิด19 ส่วนใหญ่นั้นมักจะมีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากทำอะไร ไม่มีแรง ฉะนั้นการพักผ่อนให้มันนั้นเพียงพอต่อวันจึงสำคัญเป็นอย่างมาก ควรพักผ่อนให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

โควิด19
  1. ไม่ใช้ร่างกายหนัก ๆ

กล่าวคือหลักจากหายนั้นปอดของเราก็จะอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูที่ต้องใช้ระยะเวลา ดังนั้นสิ่งที่แนะนำคือควรหยุดพักร่างกายและเลี่ยงกิจกรรมที่จะทำให้ปอดทำงานหนักไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา เป็นต้น

โควิด19
  1. ฝึกการหายใจเข้า

สำหรับการฝึกเรื่องของหายใจเข้านั้นก็เพื่อให้เราได้เอาออกซิเจนเข้าปอดและร่างกายได้อย่างเต็มที่ หลังจากที่ปอดยังไม่ฟื้นฟูได้อย่างดีร่างกายของเราก็อาจได้ออกซิเจนมาใช้ได้อย่างไม่เพียงพอ ฉะนั้นการบริหารและฝึกการหายใจเข้าก็จะช่วยให้ปอดได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ สำหรับวิธีก็เพียงหายใจเข้าอย่างช้าๆและลึก ๆ และ i99bet เว็บแทงบอลชื่อดังระดับสากล ที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัยแน่นอน

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ประจำเดือน

อาหารทานดีในช่วงมี ประจำเดือน

ประจำเดือน เคล็ดไม่ลับสำหรับสาว ๆวันนี้เราก็มีสิ่งดีๆที่จะมาบอกต่อแก่คุณผู้หญิงทั้งหลายให้ได้ทราบอย่างทั่วกันกับหัวข้ออาหารที่ทานดีแล้วดีต่อผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือน เชื่อผู้หญิงหลายคนในช่วงวันนั้นของเดือนมักจะต้องทนทุกข์กับสภาวะหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอารมณ์แปรปรวน สภาวะซึมเศร้า อาการที่มีปวดท้องและแม้แต่ปวดหลัง อาการอ่อนเพลียต่าง ๆมากมาย ฉะนั้นการดูแลตัวเองในช่วงที่มีประจำเดือนจึงเป็นเรื่องที่ถือว่าสำคัญมาก ๆ การเลือกทานก็เช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราก็จะพาไปดูกันว่าอาหารที่ทานแล้วดีในช่วงเป็นเมนส์นั้นมีอะไรกันบ้าง

สาว ๆควรรู้ 4 อาหารที่ทานแล้วเหมาะและดีในช่วงมี ประจำเดือน

อาหารที่ทานแล้วดีในช่วงมีประจำเดือนคืออะไร คำตอบง่าย ๆเลยคืออาหารที่ไม่ส่งผลกระทบต่อมดลูกลสภาวะของร่างกายในขณะมีเมนส์ อาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายในช่วงที่สูญเสียเลือดและปรับสมดุลในกับร่างกาย ดีต่อระบบการทำงานของผูหญิงและดีต่อฮอร์โมนเพศหญิงนั่นเอง ซึ่งอาหารที่ทานดีในช่วงมีประจำเดือนดังกล่าวนี้จะมีอาหารชนิดไหนกันบ้างเราไปดูกันเลยค่ะ

ประจำเดือน
  1. อาหารจำพวกไขมันดี

ไม่ว่าจะเป็นวอลนัท แซลม่อนหรือทูน่าต่าง ๆ โดยอาหารจำพวกนี้จะช่วยให้บริเวณของกล้ามเนื้อนั้นเกิดการตึงน้อยและช่วยให้ร่างกายนั้นผ่อนคลาย  ลดการปวดประจำเดือนได้ดี ดังนั้นเมื่อทานไขมันดีเหล่านี้เข้าไปมันก็จะช่วยให้เราได้รู้สึกปวดเกร็งหรือปวดบีบของมดลูกน้อยลง หรืออาการปวดดีขึ้นและรู้สึกผ่อนคลาย

  1. เนื้อแดง

เนื้อแดงนั้นจะช่วยในเรื่องของเลือดเมื่อร่างกายของเราต้องเกิดการสูญเสียของเลือดมากธาตุเหล็กก็น้อยลงมากไปเช่นกัน ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรงและปวดหัวได้ ตัวเนื้อแดงนี้เองก็จะไปช่วยเพิ่มของธาตุเหล็กนั้นในเลือดให้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ประจำเดือน
  1. ผลไม้

เมื่อเราเป็นประจำเดือนร่างกายของเรานั้นก็จะมีส่วนที่ต้องการน้ำตาลเพิ่มขึ้น ดังนั้นการที่จะเลือกทานผลไม้ที่ให้ความหวานและน้ำตาลจากธรรมชาติจึงช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในระบบเลือดได้ดีที่สุด ผลไม้ที่แนะนำก็เป็นพวก ส้ม กล้วย กีวี แตงต่าง ๆ

ประจำเดือน
  1. ข้าวกล้อง

สำหรับข้าวกล้องนั้นจะช่วยในเรื่องของความรู้สึกที่อารมณ์นั้นออกมา คือจะช่วยให้อารมณ์ที่เกิดขึ้นต่าง ๆดีขึ้นได้และช่วยลดอาการที่มันนั้นหงุดหงิดที่ออกมาง่ายในช่วงเมนส์มาก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับ 4 อาหารทานดีในช่วงมีประจำเดือน หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อสาว ๆทุกคนนะคะ เป็นอาหารที่หาทานเลยได้ไม่ยากเลย ฉะนั้นใครที่กำลังเมนส์มาก็ลองไปหามากินกันดูนะคะ ช่วยได้แน่นอนค่ะรับรอง และ slot666 เว็บเดิมพันรูปแบบใหม่ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ได้ลุ้นเงินรางวัลก้อนใหญ่ ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคกระเพาะ

รู้ทัน “โรคกระเพาะ” โรคฮิตที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

โรคกระเพาะ อาหารอักเสบ หรือที่คนเรามักจะเรียกกันสั้นๆว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย เริ่มจากอาการที่ไม่รุนแรงมากไปจนถึงอาการรุนแรง ทำให้มีอาการปวดท้อง บางคนรุนแรงถึงขั้นที่ว่าไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตแบบที่ทำได้ หากเพื่อนๆไม่อยากทรมานปวดท้องจากโรคกระเพาะ วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคนี้เพื่อที่จะได้รู้ทันสามารถระมัดระวังและป้องกันโรคนี้ได้อย่างถูกวิธีกันค่ะ 

โรคกระเพาะ อาหารอักเสบคืออะไร มีอาการแบบไหนและสาเหตุจากอะไร

โรคกระเพาะ
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบคืออะไร 

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือโรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่มันนั้นเกิดอาการอักเสบ บวม แดง ของเยื่อเมือกบุในส่วนของกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่พบเจอได้ทั้งเด็กไปจนถึงช่วงของผู้สูงอายุ หรือในทุกเพศ สามารถที่มันจะเกิดขึ้นเฉียบพลันภายในเวลาอันรวดเร็วระยะสั้นๆ และภายใน1-2สัปดาห์ หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นเวลานานติดต่อกันทำให้อักเสบขั้นที่ว่าเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล จึงทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคทางกระเพาะอาหารได้

โรคกระเพาะ
  • อาการของโรคกระเพาะอาหาร

อาการที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนจะมีในส่วนของสิ่งที่แตกต่างกันนั้น แต่อาการที่ผู้คนส่วนใหญ่พบเจอก็จะเป็นอาการรู้สึกปวดเฉียบพลันตั้งแต่ใต้ลิ้นปี่ลงไปถึงเหนือสะดือ อาการปวดอาจดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิมหลังรับประทานอาหาร มักมีอาการที่จะปวดแสบ จุกแน่น ก่อนหรือหลังมื้ออาหาร ไม่ว่าจะหิวหรืออิ่มก็สามารถปวดท้องได้ ไม่อยากอาหาร เรอบ่อย มีอาการท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน หากมีแผลบริเวณลำไส้เล็กมักปวดท้องหลังอาหารประมาณ 1-3 ชั่วโมงหรือขณะท้องว่าง และจะมีอาการที่มันปวดไต่ระดับมากขึ้นใของช่วงบ่าย หรือแม้แต่ในช่วงเย็น และรอบตอนดึก อาการนั้นมันจะดีขึ้นได้เลยในทันทีหลังที่จากได้รับประทานที่เป็นอาหาร ดื่มนม หรือแม้แต่พวกที่เป็นยาลดกรด แต่หากเกิดอาการดังกล่าวติดต่อกัน อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือดหรือเป็นสี ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

โรคกระเพาะ
  • สาเหตุของโรคกระเพาะอักเสบ

สาเหตุของโรคกระเพาะที่เป็นไปได้คือการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร การรับประทานยากลุ่มยาต้านการอักเสบหรือยาแก้ปวด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งพฤติกรรมในส่วนของการที่ใช้ชีวิตนั้นก็มีส่วนที่ทำให้เกิดเป็นโรคกระเพาะอาหาร เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่ตรงต่อเวลา การรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบ เครียด วิตกกังวล หรือรับประทานสิ่งที่มีผลการระคายเคืองในระบบของกระเพาะและตัวลำไส้เอง และ Betclic88  ศูนย์รวมความบันเทิงในการเดิมพันคาสิโนออนไลน์ ทุกรูปแบบ ครบครัน เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ยาสตรี

แนะนำ 3 ยี่ห้อ ยาสตรี ที่ดีต่อคุณผู้หญิง กินแล้วดีเว่อร์

ยาสตรี เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งสำหรับคุณสาว ๆที่ช่วยในการขับลือดขับลม เป็นยาที่ผู้หญิงกินแล้วดีมีผลดีในเพศหญิง แต่อย่างไรก็ตามยาสำหรับสตรีของแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์นั้นก็ยังมีการผลิตและส่วนผสมที่ต่างกันออกไป ดังนั้นหากคุณผู้หญิงคนใดที่กำลังมองหายาสตรีดี ๆสักตัวหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกของยี่ห้อไหนหรือแบรนด์ใดวันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ 3 ยี่ห้อยาสำหรับสตรีที่ผู้หญิงกินแล้วดีเว่อร์ มีส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งจะมีของยี่ห้อใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลยค่ะ

มัดรวม 3 ยี่ห้อ ยาสตรี ตัวปังที่ดีสำหรับผู้หญิง เหมาะกับสาวๆที่อยากดูแลตัวเอง

ยาสตรีคือยาอะไร คำตอบ คือ เป็นตัวยาที่จะมีส่วนผสมของสมุนไพรเป็นหลัก จะเป็นยาที่ช่วยบำรุงในเพศหญิงไม่ว่าจะช่วยในเรื่องการขับเลือดขับลมต่าง ๆ แก้ประจำเดือนที่มันนั้นมาไม่ปกติ ช่วยในการบำรุงของระบบเลือด บำรุงมดลูก ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและสดใส เจริญอาหารต่าง ๆมากมายที่ล้วนแล้วดีต่อผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตามยาสตรีนั้นก็มีข้อจำกัดในการใช้อยู่บ้าง กล่าวคือ ผู้หญิงที่กำลังมรการตั้งครรภ์อยู่นั้นไม่แนะนำให้รับประทานและควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มต้นใช้ยากันด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องของการใช้ยา ซึ่งเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ายาสำหรับสตรีทั้ง 3 ยี่ห้อที่เราจะแนะนำนี้นั้นมีอะไรกันบ้าง

ยาสตรี
  1. ยาสตรีบัวแก้ว

สำหรับยี่ห้อบัวแก้วนี้จะมีสมุนไพรที่ดีต่อผู้หญิงเป็นส่วนผสมอยู่หลายชนิดมากๆ ทั้งว่านมหาเมฆ ว่ายชักมดลูก แก่นขี้เลห็ก แก่นฝางและอื่น ๆอีกมากมาย ซึ่งสรพพคุณหลักก็จะเด่นในเรื่องการบำรุงโลหิตและแก้เกี่ยวกับการที่ประจำเดือนนั้นเกิดมาไม่ปกติ ยาตัวนี้จะราคาประมาณ 75 บาท ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา

ยาสตรี
  1. ยาสตรีเพ็ญภาค

ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นยาสำหรับสตรีตัวดังเลยก็ว่าได้เพราะถูกใช้มาอย่างยาวนานและยังเต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยขับลม ช่วยระบาย ให้มีความเจริญอาหาร บำรุงเลือดและร่างกาย มีส่วนผสมของสมุนไพรมากมายทั้งโกศเชียง ขิง ข่า ขมิ้นชัน ดอกจันทร์และอื่น ๆ ราคาเริ่มต้นประมาณ 45 บาท หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

ยาสตรี
  1. ยาสตรีเรือนแก้ว

สำหรับตัวสุดท้ายจะเป็นตัวที่ช่วยในเรื่องการบำรุงฮอร์โมนในด้านเพศหญิง ชาวยขับเลือด เป็นยาฟอกโลหิต ช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น ราคาตัวนี้จะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อกระปุก หาซื้อได้ที่ร้านค้าออนไลน์ Shopee หรือ Lazada และ i99bet เว็บคาสิโนครบวงจร บนออนไลน์มาตรฐานระดับโลก ฝากถอน โอนไว เดิมพันง่าย ปลอดภัย ได้เงินจริงแน่นอน

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ผ้าเช็ดตัว

ผ้าเช็ดตัว อีกแหล่งสะสมของเชื้อโรค ควรซักหรือเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?

ผ้าเช็ดตัว ของใช้ส่วนตัวที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำในชีวิต รู้หรือไม่ว่า ผ้าเช็ดตัวนั้นเป็นของใช้เป็นชิ้นดีที่สะสมเชื้อโรคเลยทีเดียว แต่เรามักที่จะมองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไป ทั้งที่มันนั้นก็อยู่ใกล้ตัวเรา และเรามักจะไปโฟกัสทำความสะอาดบ้าน รองเท้า เสื้อผ้าบ่อยๆ แต่มักลืมและไม่ใส่ใจกับของใกล้ตัวอย่าง ผ้าเช็ดตัว ที่สะสมเชื้อโรคไว้มากเลยทีเดียว

ทำไมคุณถึงควรซัก ผ้าเช็ดตัว บ่อย ๆ

ผ้าเช็ดตัว

เหตุผลง่าย ๆ เลยที่นำเรื่องนี้มาคุยกันก็เพราะอยากให้ทุก ๆ คนนั้นได้คิดถึงสิ่งที่เราใช้ผ้าเช็ดตัวนั้นไปกับอะไรบ้าง….

เพราะสำหรับบางคนใช้เช็ดตัว บางครั้งผ้าเช็ดตัวแล้วไม่ได้พึ่งให้แห้ง หรือยังไม่แห้งดีก็หยิบมาใช้อีกรอบแล้ว บางคนก็ใช้ผ้าเช็ดตัวเป็นผ้าเช็ดมือไปด้วย เมื่อล้างมือก็ใช้ผ้าเดิมมาเช็ด เข้าห้องน้ำถ่ายหนักถ่ายเบาเสร็จเวลาไปล้างมือก็ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดิมเช็ด บางทีผ้าเช็ดตัวเราก็ร่วงแล้วก็หยิบขึ้นมาใช้แค่สะบัด ๆ  เห็นหรือยังค่ะจากหลาย ๆ ตัวอย่างที่ยกมานี้แหละที่ทำให้ผ้าเช็ดตัวกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

  • อันตรายจากการไม่ซักผ้าเช็ดตัว
ผ้าเช็ดตัว

สรุปง่าย ๆ เลยก็คือ เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคผิวหนังได้ เช่น กลาก เกลื้อน   ผิวหน้า หน้าอก แผ่นหลัง อาจเกิดสิวได้ เกิดแพร่กระจายเชื้อโรคใส่คนที่นำผ้าเช็ดตัวของเราไปใช้ได้ 

  • แล้วควรซักหรือเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
  • ควรที่จะซักผ้าเช็ดตัวของเรานั้นอย่างน้อยที่สุดในก็สัปดาห์ละครั้ง
  • เมื่อใช้ผ้าเช็ดตัวเสร็จแล้วควรที่จะนำไปตากแดด ให้โดนแดดหลังการใช้งานเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  • ควรที่จะนำไปซักในทันทีถ้าเปื้อนจากสารคัดหลั่งที่เราได้นำออกมาจากร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย 
  • อายุการใช้งานปกติของผ้าเช็ดตัวถึงจะเป็นผืนโปรดก็จะอยู่ราวๆ 1-3 ปี แล้วควรเปลี่ยนใหม่
ผ้าเช็ดตัว

รวม ๆ แล้วสำหรับผ้าเช็ดตัวนั้นเราควรที่จะทำการซักในอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อยหรือบ่อยกว่านั้นก็น่าจะดี และควรซักทันทีหากใช้กับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เหงื่อ ตกพื้น รวมทั้งถ้าเก็บไว้ที่ชื้น ทั้งหมดก็เพื่อสุขภาพดีของตัวเรา อย่ามองข้ามแค่เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้นะคะ และ Slot สล็อตออนไลน์ อันดับ 1 เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ ด้วยระบบออโต้ที่สะดวกสบาย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคลมชัก

รู้จักกับ “โรคลมชัก” เพื่อรู้ทันและรับมือ

โรคลมชัก โรคอันตรายที่อาจถึงตายแก่ชีวิต เรียกได้ว่าแม้ในปัจจุบันนี้โรค ๆนี้ยังไม่พบไม่ได้มากเท่ากับโรคอันตรายอื่น ๆแต่ก็เรียกได้ว่าโรคลมชักนั้นเป็นอีกหนึ่งโรคที่เราไม่ควรมองข้ามและชะล่าใจ เนื่องจากโรคนี้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อไม่ว่าในขณะหลับหรือตื่น ดังนั้นวันนี้เพื่อเป็นการป้องกันและเตรียมรับมือการมาของโรคเราจึงขอพาทุกคนไปรู้จักเกี่ยวกับโรคและลักษณะของโรคให้มากขึ้นกันนะคะ ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

โรคลมชัก โรคอันตรายเกี่ยวกับสมองที่ไม่ควรมองข้าม

โรคลมชัก คือ โรคที่เกิดจากความที่เป็นสิ่งผิดปกติของการทำงานในส่วนใดส่วนหนึ่งของสมองที่มีการเกิดคลื่นไฟฟ้าที่มีสิ่งแปลกผิดปกติไปซึ่งอาจเกิดได้หลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการเกิดก้อนเนื้อในสมอง เป็นโรคหลอดเลือดสมอง การมีบาดแผลบริเวณสมอง หรือ มีพยาธิขึ้นสมอง เป็นต้น ซึ่งปัจจัยละสาเหตุต่าง ๆเหล่านี้ก็จะส่งผลเกิดคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติและทำให้ร่างกายแสดงลักษณะของอาการที่มันจะชักออกมา โดยที่อาการชักของโรคลมชักก็จะแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

โรคลมชัก
  1. อาการชักแบบแบบรู้ตัว/ไม่รู้ตัว

จะเป็นลักษณะของอาการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ จะมีอาการชา มีการกระตุกบริเวณแขนขา ปวดท้อง คลื่นไส้ต่าง ๆ โดยสาเหตุมาจากที่กระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในสมองมารบกวนการทำงานของสมองในส่วนที่ควบคุม

  1. อาการชักแบบเหม่อลอย

สำหรับอาการชักในของกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะรู้ได้ถึงสัญญาณเตือนของอาการก่อน กล่าวคือจะเป็นอาการต่าง ๆข้างต้นของกลุ่มแรกจากนั้นก็จะมีอาการเหม่อลอยตามมา มือเกร็ง เคลื่อนไหวแขนขาอย่างไม่รู้ทิศทางไร้จุดหมาย มีอาการสับสน พูดไม่ออกโดยจะเป็นประมาณไม่กี่วิถึงไม่กี่นาทีจึงจะตื่นกลับมาเป็นปกติ

โรคลมชัก
  1. อาการชักแบบชักกระตุกและเกร็งทั้งตัว

เป็นอาการของโรคลมชักที่คลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติรบกวนการทำงานของสมองทั้งหมดทุกส่วน ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียการควบคุมร่างกายทั้งหมด หรือที่เรียกว่าลมบ้าหมู เป็นอาการชักขั้นรุนแรงที่มีการเกร็งไปทั้งตัว น้ำลายฟูมปาก กัดลิ้นไปจนถึงฉี่ราด

  1. อาการชักแบบเหม่อนิ่ง

สำหรับอาการลักษณะนี้มักจะพบในผู้ป่วยวัยเด็ก เกิดสั้นมากเพียงไม่กี่วิ โดยจะเป็นอาการเหม่อลอย มองไปอย่างไร้จุดหมาย นิ่งสักพักพอหายจึงค่อยกละบมาทำกิจกรรมที่ทำค้างไว้ต่อ

สำหรับการรักษาของโรคลมชักนั้นก็จะมีทั้งการผ่าตัดและการใช้ยาในการรักษา ซึ่งจะเป็นไปตามชนิดของอาการและดุลพิจของแพทย์ นอกจากนี้โรคลมชักบางชนิดที่รู้สาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัดยังสามารถรักษาให้หายขาดได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีเพื่อรู้ทันโรคก็อย่าลืมที่จะตรวจร่างกายประจำปีกันอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสุขภาพของตัวเราเองกันด้วยนะคะ และ slot99 เว็บเกมเดิมพัน เล่นง่าย ระบบฝากถอน อัตโนมัติ รวดเร็ว ปลอดภัยที่สุด รวยไว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

โรคลําไส้แปรปรวน

ทำความรู้จักกับโรคใกล้ตัวที่ใคร ๆก็อาจเป็นได้ “โรคลําไส้แปรปรวน”

โรคไอบีเอสหรือโรคที่เรารู้จักกันในชื่อ โรคลําไส้แปรปรวน โรคเกี่ยวกับการทำงานที่ผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่สร้างความรำคานใจอย่างมากในการดำรงชีวิต เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันจะเป็น ๆหาย ๆหรือกลับมาเป็นได้อีกเมื่อใด ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดูกันว่าโรคลําไส้แปรปรวนโรคนี้นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร มีอาการอย่างไรแล้วมันสามารถรักษาให้หายขาดได้มั้ย ฉะนั้นหากใครที่อยากรู้คำตอบต้องห้ามพลาดกันไปเลย

โรคไอบีเอส หรือ โรคลําไส้แปรปรวน คือโรคอะไร? วันนี้เรามีคำตอบ

โรคลําไส้แปรปรวน
  • โรคลําไส้แปรปรวน หรือ โรคไอบีเอส คือโรคอะไร

เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานที่มีความผิดปกติของระบบที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารโดยส่วนใหญ่มักเกิดมาจากการทำงานในส่วนของลำไส้ แต่ในปัจจุบันนั่นยังไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรค ซึ่งโรคลำไส้แปรปรวนนั้นจะเป็นโรคที่ลำไส้เกิดการการบีบตัวและเกร็งตัวที่ผิดไปจากปกติ พบได้กับทุกคนโดยส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและจะพบมากในผู้ที่มีประวัติป่วยในภาวะทางจิตเวช ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีภาวะความเครียดมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคได้มากกว่า ดังนั้นก็อาจบอกได้ว่าความเครียดอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีผลต่อการทำงานของลำไส้ได้นั่นเอง

โรคลําไส้แปรปรวน
  • อาการของโรคลำไส้แปรปรวนเป็นอย่างไร

อาการของโรคนั้นจะแตกต่างกันก็จะขึ้นอยู่กับร่างกายและขนาดของความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละคน แต่อาการส่วนใหญ่ที่พบมีดังนี้ อาการปวดท้องในลักษณะของการปวดบีบเกร็ง ความรุนแรงของอาการปวดก็จะต่างกันไป โดยที่บางคนอาจมีอาการปวดแบบหนัก ๆแบบอึดอัดแฝงเข้ามาด้วย เป็นโรคที่จะมีการถ่ายที่ผิดไปจากปกติโดยจะเป็นลักษณะของท้องผูก ท้องเสีย หรือ มีถ่ายสลับแบบทั้งท้องผูกและเสีย ซึ่งอาการขับถ่ายดังกล่าวนี้จะเป็นลักษณะที่เด่นชัดของโรคลำไส้แปรปรวน ส่วนอาการอื่น ๆก็จะเป็นพวกเรอบ่อย มีลมมาก แน่นอก ทานอะไรไปก็อ่มเร็ว เป็นต้น

โรคลําไส้แปรปรวน
  • การรักษาและการวินิจฉัยในผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน

สำหรับในเรื่องของการวินิจฉัยตัวโรคนั้นทำได้จากการตวจ X-RAY ลำไส้ใหญ่ การตรวจอุจจาระ การซักประวัติอย่างระเอียด การตรวจเลือดต่าง ๆ ส่วนการรักษานั้นก็จะขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน แต่หลัก ๆจะใช้ยาในการรักษาไปพร้อม ๆกับการติดตามอาการและรักษาไปตามการดูแลของแพทย์ และ sa gaming 1688 ค่ายเกมคาสิโนออนไลน์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ผ่อนคลาย

กลิ่นหอมบำบัดช่วยให้หลับสบายขึ้น ผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้า

ใครที่มีอาการนอนหลับยากอาจจะมาจากสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความกังวล การที่ใช้ความคิดเรื่องต่างๆ รวมทั้งการนอนหลับที่ไม่ลึก หรือตื่นบ่อย ๆ หอมกลิ่นจากธรรมชาติ และน้ำมันหอมระเหย สามารถที่จะช่วยบำบัดของอาการได้ ซึ่งกลิ่นหอม จะช่วยให้หลับสบายขึ้น ช่วย ผ่อนคลาย ช่วยให้การนอนหลับได้สนิท แล้วเราจะพลาดได้อย่างไร ควรหามาไว้ในห้องนอนเลยเถอะ โดยจะขอแนะนำถึงความโดดเด่นในแต่ละกลิ่นให้รู้จักกัน

กลิ่นหอมจากดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ช่วยให้ ผ่อนคลาย

ผ่อนคลาย

กลิ่นกุหลาบ
กลิ่นหอมของดอกกุลหลาบ ที่มีความหอมอ่อนๆ มีเสนห์ เรื่องสมบัติที่มันจะช่วยต้านอารมณ์ซึมเศร้า ลดความเครียด คลายความกังวล จึงนํามาใช้สําหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับยาก ให้สามารถหลับได้สบายขึ้น
กลิ่นกระดังงา
กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ที่มีกลิ่นละมุน โรแมนติก มีคุณสมบัติเสริมสร้างบรรยากาศในห้องให้รู้สึกอบอุ่น คลายเครียด ลดความซึมเศร้าปรับสภาพจิตใจให้สมดุล ลดอาการใจสั่นและลดความดันโลหิต ลดความวิตกกังวล ลดความกระวนกระวาย นอนไม่หลับให้สามารถหลับได้สบายขึ้น ในสมัยก่อนชาวอินโดนีเซียมักใช้ดอกกระดังงาสดในงานแต่งงาน โดยจะนำไป

ผ่อนคลาย


กลิ่นมะลิ
กลิ่นหอมที่รู้สึกถึงธรรมชาติ ของมะลิที่เป็นราชินีแห่งแดนดอกไม้หอม เป็นกลิ่นที่ให้ความสุขความอบอุ่น คลายความกังวลและความเครียด เป็นกลิ่นที่ช่วยให้หลับสบายและยาวนาน
กลิ่นลาเวนเดอร์
กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยทำให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ปรับความสมดุล อีกทั้งยังช่วยทำให้ง่วงนอนและหลับได้ดีขึ้นซึ่งเป็นที่นิยม และทุกคนหลายคนต่างชอบในกลิ่นนี้

ผ่อนคลาย

กลิ่นมะกรูด
คุณสมบัติที่เด่นชัดเลยคือให้ความรู้สึกที่มันนั้นผ่อนคลาย และยังกระตุ้นให้จิตใจของเราเบิกบาน คลายเรื่องเครียด ทำให้รู้สึกถึงการหายใจที่ปลอดโปร่งได้เป็นอย่างดี จึงทำให้รู้สึกสบายและทำให้นอนหลับได้สนิทขึ้น
กลิ่นดอกคาโมมายล์
เป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ทราบกันดีว่ามีสรรพคุณดีหลายอย่างเพราะในดอกคาโมมายล์มีสารต้านอนุมูลอิสระในการต่อสู้กับโรคและช่วยในการนอนหลับ มีกลิ่นหอมจากธรรมชาติหอมละมุนอ่อนๆ มีคุณสมบัติช่วยคลายกล้ามเนื้อ และ ลดความตรึงเครียด อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสงบ คลายความกังวล และทำให้นอนหลับได้สงบและมีประสิทธิภาพในการนอน

แต่อย่างไรก็ดี ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยทำให้สามารถนอนหลับได้สบายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนั่งสมาธิที่จะทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย หรือการเปิดเพลงที่ชอบเบาให้เกิดความผ่อนคลาย ก็จะทำให้สามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้นนะคะ ซึ่งก็เป็นวิธีการที่เราสามารถทำได้เอง วันนี้คุณก็ลองทำดูนะคะ เพื่อการนอนหลับที่สบายขึ้น และ qq288  เว็บคาสิโนออนไลน์ชื่อดังระดับโลก เล่นง่าย ได้เงินจริง ฝากถอนโอนไว ปลอดภัย 24 ชั่วโมง

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่

ปวดฝ่าเท้า

ปวดฝ่าเท้า อาการสุดทรมานหากใครได้เป็น

ปวดฝ่าเท้า นั้นคืออาการที่จะทำให้เรารู้สึกว่าเจ็บและปวดที่บริเวณของเท้าไม่ว่าจะเป็นเนินเท้า ส้นเท้าก็ตามแต่ทั้งนี้ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดให้เราได้อย่างทรมานมากจริงๆอาจจะร้ายแรงถึงขั้นปวดไปจนถึงข้อเท้า สะโพก และหลังได้อีกด้วย โดยอาการของแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งหากเป็นปกติก็จะเจ็บปวดเพียงไม่กี่สัปดาห์ หากนานเกินไปอาจจะเป็นเรื้องรังได้อีกด้วยนั่นเอง ในขณะที่เรารู้สึกเป็นนี้จะทำให้เราไม่ค่อยอยากที่จะทำอะไรเพราะว่ามันเจ็บไปหมดทุกอย่าง ซึ่งเป็นอะไรที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงเลยจริงๆ

อาการและสาเหตุ ปวดฝ่าเท้า

ปวดฝ่าเท้า

ในเรื่องของอาการก็สามารถเกิดขึ้นได้กับเท้าได้ทั้งสองข้างในเวลาพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้เราผู้ป่วยรู้สึกเจ็บเหมือนถูกไฟดูดที่แถวๆเท้า หรือส้นเท้า และจะสามารถสังเกตด้วยตาได้ว่าจะมีความนูนและบวม โดยหากเราได้ทำการเดินหรือยืนอยู่เฉยๆนั้นจะเจ็บมากขึ้นอีกหลายเท่าเลยทีเดียว ทั้งนี้จะส่งผลให้เรานั้นทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันนั้นลำบากกว่าเดิม และจะเจ็บมากๆหากตื่นเช้ามา ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้เป็นนั้นจะสามารถพบได้จากการใช้เท้ามากเกินไปเช่นการเดินทิ้งน้ำหนัก น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทได้อีกด้วยนั้นเอง

ปวดฝ่าเท้า

การรักษาปวดฝ่าเท้าที่ดีที่สุด

หากท่านใดที่รู้สึกว่าตัวเองมีอาการต่างๆเหมือนกับที่กล่าวมาอย่าพึ่งตกใจไป เพราะว่าการรักษานั้นเราสามารถที่จะดูแลตัวเองได้เลยที่บ้านได้ โยการรักษาเบื้องต้นนั้นให้ทำการประคบเย็นทุกวัน หากไม่จำเป็นก็ควรเลี่ยงการใช้เท้าหนัก ทั้งนี้ควรที่จะต้องส่วนรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากท่านใดที่ต้องการรักษาจากแพทย์นั้นก็อาจจะต้อง ผ่าตัดในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด และรับประทานยาอยู่เสมอ

ปวดฝ่าเท้า

ปวดฝ่าเท้าเป็นอะไรที่สามารักษาให้หายเองได้แต่ถึงอย่างไรการไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาวิธีการรักษานั้นก็จะดีที่สุดอยู่แล้ว หากท่านใดที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ก็ควรจะลองรักษาดูอย่างน้อยก็จะได้บรรเทาอาการให้สามารถใช้ชีวิตในประจำวันได้นั่นเอง และ sa gaming คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย รวยไว มีรางวัลมากมาย ฝากถอนสะดวก สมัครง่าย เล่นได้ทุกเวลา

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่