เคยได้ยินไหมว่า โรคงูสวัด ถ้าพันบนตัวแล้วจะทำให้ตาย

โรคงูสวัด นั้นได้มีการวินิจฉัยและตรวจสอบว่าเกิดมาจากการที่คนที่เป็นได้ไดยมีการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่าไวรัสว่าดีเซลลา  เป็นไวรัสที่อาจจะทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสก็ได้เป็นไวรัสชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคอีสุกอีใสแล้วเชื้อโรคก็จะไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกายของเรา ทำให้เมื่อวันหนึ่งที่ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างต่ำกว่าปกติเชื้อโรคที่แฝงอยู่ก็จะทำให้เกิด เพิ่มขึ้นทำให้เส้นประสาทอักเสบ ปวดให้เส้นประสาทได้ทำให้ปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนังของเรานั่นเองเดี๋ยวเรามาดูอาการของโรคงูสวัดกันดีกว่า

อาการและแนวทางการดูแลรักษา โรคงูสวัด

โรคงูสวัด

อาการของโรคงูสวัดจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้ ที่เป็นงูสวัดจะมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณผิวหนังที่เกิดแผล และมีผื่นแดงขึ้นตรงบริเวณที่ปวดแล้วมีตุ่มใสๆตุ่มหนองตุ่มน้ำ อาการเหล่านี้เราจะเรียกว่างูสวัดและมีการเรียงกันเป็นแนวยาว ตามแนวเส้นประสาทและแตกออกมาเป็นแผลต่อมาก็จะมีลักษณะของอาการตกสะเก็ด โรคงูสวัดมีอาการแทรกซ้อนเมื่อเราเป็นก็คือเราจะมีอาการปวดและอาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้ โรคงูสวัดจะพบกับคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมอาจจะมีตาอักเสบนี่คือโรคแทรกซ้อน แนวทางการรักษาของผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดและต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะทำให้อาการดีขึ้น

โรคงูสวัด

แนวทางในการดูแลรักษาเมื่อเราป่วยเป็นโรคงูสวัดก็คือเราจะต้องทำการรับประทานยาที่เป็นยาต้านไวรัสประมาณ 48 ถึง 72 ชั่วโมง เพื่อทำให้อาการรอยทางผิวหนังหายได้เร็วขึ้นและลดความรุนแรง ลดอาการแทรกซ้อนต่างๆที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสมมุติว่าเรามีอาการปวดหลังการติดเชื้อสามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อแก้ปวดได้เลย แผลที่เป็นผื่นมีตุ่มเราสามารถประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละประมาณ 10 นาที 3-4 ครั้งต่อวัน

โรคงูสวัด

ทำให้แผลของเราแห้งได้ดีมากขึ้น การป้องกันโรคงูสวัดนั้นเราสามารถป้องกันงูสวัด ได้ โดยการฉีด อย่าเพื่อระงับความปวดในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปและนี่ก็คืออาการของโรคงูสวัดแนวทางการรักษาและสภาวะโลกร้อน รู้ไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพร่างกายของเราดูแลผู้ป่วยเมื่อเป็นแล้วว่าต้องดูแลอย่างไรบ้าง จึงจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่