การเตรียมความพร้อมก่อน บริจาคโลหิต

บริจาคโลหิต การบริจาคเลือดหรือการบริจาคโลหิตถือได้ว่าเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่เพื่อต่อลมหายใจ พยาบาลจะรับบริจาคโลหิตอยู่แล้วเพื่อทำการนำเลือดที่เราบริจาคไปคัดกรองและนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่จะต้องทำการผ่าตัดขาดเลือด ที่เป็นมะเร็งซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ประโยชน์ได้มากมาย ซึ่งโลหิตที่เราทำการบริจาคนั้นสามารถนำไปต่อชีวิตของใครหลายๆคนได้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยไม่ได้เจ็บด้วยเราเคยมีประสบการณ์บริจาคมาแล้วตั้งแต่ม 4 ม 5 คืออายุถึงสามารถบริจาคได้ นายสมบูรณ์แข็งแรงไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรที่เป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันหรือไม่สามารถบริจาคได้ก็สามารถทำการบริจาคได้เลย บริจาคเป็นประจำนี่คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ได้เรามาดูกันว่าการเตรียมความพร้อม สำหรับการบริจาคโลหิตจะต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างเผื่อว่าใครที่กำลังมีความสนใจอยากเป็นผู้ให้บ้าง

การ บริจาคโลหิต มีคุณสมบัติหรือมีร่างกาย ดังต่อไปนี้

บริจาคโลหิต

ข้อแรกเราต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างที่เราบอกไม่มีโรคประจำตัว มาบริจาคโลหิตได้ตั้งแต่ 17 ปีบริบูรณ์จนถึงคนที่มีอายุ 65 ปี ผู้บริจาคโลหิตจะต้อง มีการให้หนังสือยินยอมถ้าเราอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์แต่สามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่ 17ปีบริบูรณ์ก็สามารถทำการบริจาคได้แล้วแต่เพียงแต่ว่าถ้าเรายังอยู่ในช่วง 17 ปีต้องมีการเซ็นหนังสือยินยอมจากคุณพ่อคุณแม่ ต่อมาก็คือเราต้องผ่านคุณสมบัติของการบริจาคเลือดต่างๆ เราจะสามารถบริจาคเลือดได้ทุกๆ 6 เดือน

บริจาคโลหิต

เราจะต้องอยู่ในระหว่างการไม่รับประทานยาปฏิชีวนะ ทำให้เลือดของเราแข็งตัวยาเพิ่มการเจริญเติบโตเป็นต้นเช่นพวกยารักษาต่อมลูกหมากยาปลูกผม และเราจะต้องไม่ได้รับการถอนฟันหรือขูดหินปูนภายใน 72 ชั่วโมงเพราะว่าถ้าเกิดเราเคยไปขูดหินปูนหรือว่าไปถอนฟันมาก็ทำให้เราเสียเลือดอยู่แล้วถ้ามาเสียเลือดอีกก็ได้ทำให้ติดเชื้อได้ เราจะต้องไม่มีประวัติในการเป็นโรคมาลาเรีย ในระยะเวลา 3 ปีผู้หญิงจะต้องไม่อยู่ในระยะการตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร ก็ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาก็ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ นี่ก็คือการเตรียมความพร้อมและคุณสมบัติของคนที่จะเข้าบริจาคโลหิต

บริจาคโลหิต

เราสามารถเข้าไปบริจาคโลหิตในโรงพยาบาลต่างๆได้เลย สามารถตรวจสอบหน่วยงานของอาสาสมัครที่เปิดให้บริการสำหรับการรับบริจาคโลหิตหรือเดินทางไปที่โรงพยาบาลรับบริจาคโดยตรงสามารถสอบถามประชาสัมพันธ์ได้ ย้ำว่าเราสามารถบริจาคโลหิตได้ทุกๆเดือนเพราะฉะนั้นการให้ในครั้งนี้เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่และสามารถช่วยเหลือสุขภาพชีวิตของ คนที่กำลังมีอาการป่วยหรือต้องการความช่วยเหลือจากเรา

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่