โรคนอนไม่หลับ (insomnia) ผลพวกจากความเครียดที่คุณอาจไม่รู้ตัว

โรคนอนไม่หลับ (insomnia) โรคที่ใครก็เป็นได้ ในปัจจุบันนี้พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาความเครียดที่มากขึ้น ด้วยสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจต่างๆที่เสื่อมถอยลงก็ยิ่งทำให้ผู้คนมีความเครียดและความกดดันที่มากขึ้นจนอาจจะได้มีการส่งผลกันนั้นให้ได้เกิดมาของทางด้านภาวะอื่นๆตามมาในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่า ‘โรคนอนไม่หลับ’ ก็เป็นอีกหนึ่งผลพวงจากปัญหาความเครียดเหล่านี้ที่ต้องรีบหาทางแก้ไข ดังนั้นเพื่อที่จะได้รู้ทันและไม่กลายเป็นเหยื่อของมันวันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับโรค อาการและสาเหตุของโรคๆนี้กันนะคะ  

โรคนอนไม่หลับ (insomnia) สาเหตุ อาการและการรักษา

โรคนอนไม่หลับ (insomnia)

โรคนอนไม่หลับ (insomnia) คือ โรคที่มีอาการหลับยาก นอนไม่หลับ เป็นภาวะที่ไม่ส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตแต่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีด้วยกันจากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • เกิดจากภาวะความเครียดสะสม /มีความเครียดมาก
  • ปัญหาจากที่ได้มีมาของอาการที่ป่วยและเจ็บป่วยทางร่างกายที่มันนั้นอาจทำให้ได้มีการเกิดขึ้นตามมาของโรค เช่น โรคขากระตุกขณะหลับ โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น
  • ปัจจัยทางด้านจิตใจ เช่น เป็นโรคซึมเศร้า มีอาการทางจิต โรคไบโพลาร์ เป็นต้น
  • จากสภาพแวดล้อม เช่น มีเสียงดังรบกวนมากเกินไปขณะหลับ อุณหภูมิห้องที่ไม่เหมาะสมแก่การนอนหลับ เป็นต้น
โรคนอนไม่หลับ (insomnia)

นอกจากนี้โรคนอนไม่หลับก็อาจแบ่งออกได้หลายประเภทตามระยะช่วงของการนอนหลับ คือ

  1. Initial insomnia เป็นกรณีที่นอนไม่หลับ หลับยากมากต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับโรควิตกกังวลด้วย
  2. Maintinance insomnia เป็นประเภทของผู้ป่วยที่ถือว่าไม่สามารถที่จะทำการหลับกันไปได้เลยแบบว่านาน ๆ  กล่าวคือ นอนได้ไม่ยาวนักก็ตื่นกลางคัน ตื่นกลางดึก
  3. Terminal insomnia กรณีสุดท้ายจะเป็นกลุ่มที่ตื่นในเวลาที่เร็วกกว่าปกติ หรือในเวลาที่ควรจะตื่น ซึ่งลักษณะโรคนอนไม่หลับของกลุ่มนี้มักพบในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

โดยอาการของโรคนอนไม่หลับนั้นผู้ป่วยก็จะมีอาการดังนี้ คือ อ่อนเพลีย ง่วงซึมในตอนกลางวัน นอนไม่ค่อยหลับ อารมณ์แปรปรวน มีความกังวลเกี่ยวกับการนอน ไม่ค่อยมีสมาธิและหงุดหงิดง่าย

โรคนอนไม่หลับ (insomnia)

สำหรับในส่วนของการรักษาโรคนอนไม่หลับนั้นก็จะมีการรักษาหลักๆอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ 1. การใช้ยา ซึ่งจะเป็นรูปแบบของผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับรุนแรงหรือมีปัจจัยอื่นๆที่มาจากโรคทางจิเวช และ 2. การปรับพฤติกรรม ซึ่งจะเป็นการรักษาของผู้ป่วยที่มีอาการที่ไม่รุ่นแรงมาก ซึ่งการรักษาในลักษณะนี้ก็จะเป็นการปรับสภาพแวดล้อมที่ห้องนอน ความสะอาด อุณหภูมิห้องนอน ความสว่างในห้อง การขจัดเสียงรบกวนต่างๆ ตลอดจนการปรับเกี่ยวกับพฤติกรรมการทานอาหารต่างๆ  และห้ามพลาด สล็อตโจ๊กเกอร์ สุดยอดเว็บสล็อตออนไลน์ ที่กระแสมาแรงในวงการพนัน เดิมพันง่าย สมัครง่าย มีรางวัลมากมาย

ติดตามบทความสุขภาพ ง่ายๆได้ที่นี่